dtac ยังชั่งใจประมูลคลื่น 900 MHz เหตุกังวลเงื่อนไขผู้ชนะต้องรับผิดชอบติดตั้ง Filter ป้องกันคลื่นรบกวน

หลังจากที่ dtac ได้เข้าไปปรึกษากับทาง กสทช. อีกครั้งในวันนี้ (17 ก.ค.) ย้ำเงื่อนไขเพิ่มเติมในการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz มีความเสี่ยงและอาจส่งผลต่อภาระให้ผู้ชนะการประมูล

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ dtac กล่าวว่า จากเงื่อนไขในการอนุญาตข้อ 16., 17. และ 18. ที่กำหนดให้ผู้ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่ และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงรับผิดชอบแก้ไขให้แก่ผู้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 850 MHz และ 900 MHz รายอื่นด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทาง dtac เกิดความกังวลต่อการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้

dtac จึงต้องปรึกษาร่วมกับทาง กสทช. เพื่อให้มั่นใจว่าการประมูลคลื่นความถี่จะสร้างประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทั้งรัฐและลูกค้า โดยเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่เชื่อว่าจะสูงกว่าจำนวนเงินที่ กสทช. ลดราคาขั้นต่ำของการประมูลให้จำนวน 2,000 ล้านบาทมาก

รวมถึงปัญหาในทางปฏิบัติที่ผู้ชนะการประมูลจะเข้าไปดำเนินการติดตั้ง Filter ในสถานีฐานของผู้รับใบอนุญาตรายเดิมทั้งหมดที่มีอยู่ ณ วันที่ออกประกาศการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ตลอดจนปัญหาในทางเทคนิคและทางปฏิบัติในการดำเนินการติดตั้ง Filter ให้ระบบคมนาคมขนส่งทางรางซึ่ง ณ ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าเป็นระบบอะไร

ขณะเดียวกัน เงื่อนไขในการอนุญาตข้อ 17. ทาง กสทช. สงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนการใช้คลื่นความถี่เป็นช่วง 885-890/930-935 MHz ในกรณีที่จำเป็น โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่ ซึ่งในกรณีจะต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (Filter) ณ สถานีฐานของผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เพิ่มเติมจากที่ต้องดำเนินการในกรณีแรกตามเงื่อนไขข้อ 16.

ทั้งนี้ เงื่อนไขการประมูลเพิ่มเติมดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ที่ กสทช. นำออกมาประมูล ซึ่ง dtac ได้เข้าหารือกับทาง กสทช. เพื่อให้การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ประสบความสำเร็จ โดยสามารถนำคลื่นความถี่ต่ำมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุดต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม และประโยชน์ของประชาชนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะส่งผลสร้างรายได้ให้รัฐบาลอีกด้วย

นอกจากนี้ การเปลี่ยนเป็นคลื่น 900 MHz เพื่อให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศด้วยสถานีฐานประมาณ 13,000 สถานี จะต้องใช้เวลาในการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ประมาณ 24 เดือน ดังนั้น dtac จึงขอความชัดเจนในการใช้งานคลื่น 850 MHz เพื่อให้บริการลูกค้าระหว่างการดำเนินการปรับเปลี่ยนดังกล่าว