ลูกค้าดีแทคไม่ต้องกังวลเรื่องซิมดับ ดีแทค พร้อมคุ้มครองลูกค้าอย่างเต็มที่ หลังหมดสัมปทานคลื่น 1800MHz และ 850MHz

นับถอยหลังอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่สัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 850MHz ของทาง dtac จะสิ้นสุดลง ซึ่ง dtac เองก็ได้ดำเนินมาตรการทุกทางเพื่อคุ้มครองและบรรเทาผลกระทบของลูกค้า ทั้งการยื่นศาลปกครองกลางขอคุ้มครองชั่วคราวลูกค้าใช้คลื่นมือถือหลังหมดสัมปทาน พร้อมทั้งเร่งขยายโครงข่ายการให้บริการให้เข้าถึงลูกค้า เพื่อชดเชยปัญหาการใช้งานที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า

โดยจะขออธิบายถึงเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ดังกล่าว คือ ตั้งแต่ในปี 2559 ทาง dtac ได้เรียกร้องให้มีการจัดประมูลคลื่นล่วงหน้า (Early Auction) ตลอดจนแผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap)

และเพื่อปฏิบัติตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ของ กสทช. เพื่อให้ลูกค้า dtac ที่ยังอยู่ในระบบสัมปทานเดิม ซิมไม่ดับและมั่นใจในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา dtac และ CAT ได้ร่วมยื่นแผนคุ้มครองลูกค้ากรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน ต่อ กสทช. ซึ่งก่อนหน้านี้ กสทช. ได้เคยอนุมัติการเยียวยาแก่ผู้ให้บริการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งของ dtac เป็นระยะเวลา 9 เดือน และ 26 เดือน

โดยในเดือนเดียวกันนั้น ทาง กสทช. ได้มีการแจ้งจัดประมูลคลื่นความถี่ 900MHz และ 1800MHz แต่จากเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ชนะการประมูลคลื่น 900MHz จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่ และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงรับผิดชอบแก้ไขให้แก่ผู้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 850MHz และ 900MHz รายอื่นด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทาง dtac เกิดความกังวลต่อการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ จึงยื่นหนังสือให้ กสทช. ทบทวนเงื่อนไขดังกล่าว

ซึ่ง กสทช.ได้จัดการประมูลคลื่น 900MHz ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานล่วงหน้าเพียง 2 เดือน และไม่มีผู้ให้บริการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้แม้แต่รายเดียว

สำหรับคลื่นความถี่ที่ dtac ถือครองอยู่เป็นคลื่น 850MHz และการจัดประมูลเป็นการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ซึ่งเป็นคนละความถี่กัน นั่นจึงทำให้ต้องใช้เวลาติดตั้งโครงข่ายใหม่ และอาจใช้เวลาถึง 24 เดือน หรือ 2 ปี เพื่อเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ใหม่จำนวนมากกว่าหมื่นแห่ง ประกอบกับเงื่อนไขที่กำหนดให้ผู้ชนะการประมูล จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่แต่เพียงผู้เดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม dtac ไม่ยอมเข้าประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม กรณีของ dtac ที่กำลังจะหมดสัมปทานคลื่น 850 MHz ลงในวันที่ 15 กันยายนนี้  กสทช. ได้กำหนดเงื่อนไขในการได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ หาก dtac เข้าร่วมประมูลคลื่น 900MHz ตามมติ กสทช. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประกาศมาตรการเยียวยาของ กสทช.

ในขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งยังไม่ได้นำส่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800MHz ในช่วงคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ซึ่ง dtac พูดเสมอว่ายินดีที่จะชำระค่าใช้คลื่นในช่วงที่เข้าสู่มาตรการเยียวยาฯ

เมื่อเวลาผ่านไป แต่ยังไม่มีความชัดเจนจาก กสทช. ออกมา ขณะที่เหลืออีกเพียง 9 วันก่อนสิ้นสุดสัมปทาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา  dtac ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติ กสทช. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 และพร้อมทั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติและ/หรือกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครอง เพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (“ประกาศมาตรการเยียวยาฯ”)

โดยปัจจุบัน dtac มีลูกค้าในระบบสัมปทานกับ CAT จำนวน 90,000 ราย ที่ใช้งานคลื่น 850 MHz นอกจากนี้ ยังมีลูกค้า dtac TriNet หรือ DTN อีกเป็นจำนวนมากกว่าล้านรายที่ใช้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศ (Domestic Roaming) บนคลื่น 850MHz ทั่วประเทศ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการใช้งานของลูกค้า กสทช. dtac และ CAT จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบในการดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ตามประกาศมาตรการเยียวยาฯ ของ กสทช.

ถ้าสัมปทานสิ้นสุดลง กลุ่มลูกค้าที่อยู่ในเมืองหรือพื้นที่ที่มีสัญญาณหนาแน่นส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่จะเกิดปัญหาหรือได้รับความไม่สะดวกในการใช้งานในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ห่างไกล เพราะคลื่น 850MHz เป็นคลื่นความถี่ต่ำหรือ Low-band อีกทั้งผู้ใช้งานบางคนที่ตัวอุปกรณ์ไม่รองรับทั้งคลื่น 850MHz และ 2100MHz ในเครื่องเดียวกันก็จะได้รับผลกระทบ

ในระหว่างที่รอการพิจารณาของศาล dtac ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้วางมาตรการในการคุ้มครองลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ โดย dtac จะดำเนินการแจ้งลูกค้าในรายที่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่ไม่ได้รับการคุ้มครองคลื่นความถี่จาก กสทช. และแบ่งประเภทของลูกค้าที่จะได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงข่าย dtac ก็ได้เร่งขยายเสาสัญญาณคลื่น 2300MHz หรือ dtac Turbo ของ TOT อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคลื่นดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดสูงสุดในประเทศไทยด้วยความกว้างแบนด์วิดท์ถึง 60MHz และปัจจุบันสามารถให้บริการครอบคลุม 40% ของประชากรทั้งประเทศแล้ว เพื่อทดแทนประสิทธิภาพของคลื่น 1800MHz

ขณะเดียวกัน dtac ยังได้เร่งขยายโครงข่าย 2100MHz เพื่อทดแทนประสิทธิภาพของคลื่น 850MHz และยังได้ย้ายลูกค้าจำนวนกว่า 340,000 ราย ที่ยังใช้ซิม dtac เดิมให้เปลี่ยนมาใช้ซิม DTN ภายใต้ระบบใบอนุญาต โดย dtac ได้จัดตั้งทีมทำงานขึ้นมาดูแลลูกค้าเป็นพิเศษในช่องทางศูนย์บริการและคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจะได้รับข้อเสนอ เช่น เปลี่ยนซิมฟรี ข้อเสนอพิเศษมือถือรุ่นใหม่ ฟรีดาต้าและโทรฟรี ต่ออายุซิม หรือ dtac reward ขึ้นอยู่กับการได้รับผลกระทบในการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งประกอบด้วย

  • กรณีที่ 1 ลูกค้าที่ใช้ซิมจดทะเบียนกับ dtac ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานในนามบริษัท dtac และได้รับผลกระทบคือใช้งานไม่ได้ มาตรการคุ้มครองคือ ต้องมาเป็นเปลี่ยนซิม DTN โดยลูกค้าสามารถเช็คสถานะซิมที่ใช้งานอยู่โดยกด *444# โทรออก ซึ่งลูกค้าจะได้เปลี่ยนซิมใหม่ฟรี พร้อมข้อเสนอมือถือราคาพิเศษ
  • กรณีที่ 2 ลูกค้าที่ใช้มือถือปุ่มกดหรือฟีเจอร์โฟน ที่รองรับคลื่น 1800MHz ที่จดทะเบียนซิม DTN และสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตามปกติ มาตรการคุ้มครองคือ ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอมือถือราคาพิเศษที่รองรับการใช้งานคลื่น 2300MHz หรือ dtac Turbo
  • กรณีที่ 3 ลูกค้าที่อยู่บางพื้นที่ จะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้งาน และได้รับผลกระทบจากการใช้งาน สามารถเช็คได้ที่ *777 โทรออก (จะเริ่มเปิดใช้งานวันที่ 13 กันยายน 2561) มาตรการคุ้มครองคือ ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอดาต้าและโทรฟรี ให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการใช้งาน ทั้งลูกค้าเติมเงินและรายเดือน

แต่อย่างไรก็ตาม หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิการใช้งานของลูกค้า dtac บนคลื่น 850MHz รายได้จากการให้บริการที่เกิดขึ้นในช่วงการคุ้มครองจะถูกนำส่งให้รัฐหลังหักค่าใช้จ่ายถึงประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งทำให้รัฐไม่เสียผลประโยชน์ใด ๆ ในทางกลับกัน หากไม่มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความ 850MHz จะนำความเสียหายมาสู่ทั้งรัฐและผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การคุ้มครองการใช้งานชั่วคราวจึงเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่ายนั่นเอง

และ dtac ก็แนะนำให้ลูกค้ามาใช้บริการบนคลื่น 2300MHz หรือ dtac Turbo ซึ่งสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ลื่นขึ้น โดยขณะนี้ได้กำลังเร่งขยายพื้นที่ให้บริการ 2300MHzให้ครบทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในกลางปี 2562 โดยลูกค้าที่สนใจและอยู่ในพื้นที่ให้บริการสังเกต dtac-T เช็คความพร้อมที่โทร. *2300# และ www.dtac.co.th/network หรือสามารถติดตามความคืบหน้าได้ที่ www.dtac.co.th/network