บทสรุป Google for Thailand มุ่งพัฒนาประเทศไทยใน 4 เรื่องหลัก ผลักดันคนไทยและภาคธุรกิจเข้าถึงโอกาสในยุคดิจิทัล

งาน Google for Thailand ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย Google เผยถึง 4 ประเด็นหลักที่มุ่งเน้น ซึ่งจะช่วยให้คนไทยและภาคธุรกิจเข้าถึงโอกาสในยุคดิจิทัล คือ การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี การส่งเสริมด้านการศึกษา การพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และการสนับสนุนธุรกิจ SMEs & Startup

เรื่องแรก การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี (Access)
Google เผยข้อมูลว่า ไทยเป็นประเทศที่ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือสูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความเร็วเฉลี่ยสูงสุดของอินเทอร์เน็ตในไทยอยู่ที่ 106 Mbps และไทยยังมีความเร็วอินเทอร์เน็ตติดอันดับ 5 ของเอเชีย รองจากสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และกาตาร์ อีกทั้งเครือข่าย 3G และ 4G ในไทยปัจจุบันครอบคลุมถึง 90% ทั่วประเทศแล้ว

โดย Google อยากจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น ด้วยการจัดทำโครงการ Google Station ที่เป็นบริการฟรี Wi-Fi ความเร็วสูง โดยความร่วมมือกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ซึ่งปัจจุบันนำร่องเปิดใช้แล้วในหลายพื้นที่ เช่น หัวลำโพง เมกาบางนา เชียงคาน จ.เลย ตลาดบ้านเก่าวังกรด จ.พิจิตร เป็นต้น และจะขยายไปพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งในชุมชนเมืองและพื้นที่ห่างไกล

สำหรับ Google Station เป็นการต่อยอดจากโครงการ Railwire Wi-Fi ในอินเดีย โดยเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสถานที่ต่างๆ เพื่อให้เป็นจุดบริการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายหรือ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูง ปลอดภัย และราคาประหยัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีให้บริการแล้วในอินเดีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก

โดยผู้ใช้ Google Station สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้โดยอัตโนมัติไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ถ้าเจอชื่อเครือข่าย @FreeGoogleStation-CAT ก็สามารถเชื่อมต่อได้เลยเพียงแค่ใช้เบอร์โทรและชื่อเท่านั้น

เรื่องที่สอง การส่งเสริมด้านการศึกษา (Education & Skilling)
Google กำลังสร้างศูนย์บ่มเพาะทักษะดิจิทัลที่มีชื่อว่า Academy Bangkok – A Google Space ภายในโครงการ True Digital Park เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ Google Ignite ซึ่งเป็นโครงการฝึกอบรมทักษะด้านการตลาดดิจิทัลสำหรับนักศึกษา ระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าทำงานจริงกับบริษัทที่ว่าจ้าง

นอกจากนี้จะใช้ศูนย์ Academy Bangkok – A Google Space นี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมโครงการอื่นๆ ของ Google ในด้านต่างๆ เช่น ทักษะนักพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง โดยศูนย์ดังกล่าวจะสามารถรองรับผู้เข้าฝึกอบรมได้ถึง 200 คนในแต่ละครั้ง และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายนปีนี้

เรื่องที่สาม การพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน (Localized Product & Local Content)
Google เผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องคอนเทนต์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยติด 1 ใน 10 อันดับของโลก ที่มีการเข้าชมวิดีโอใน YouTube และปีที่ผ่านมามีการอัพโหลดวิดีโอมากถึง 2 ล้านชั่วโมง นับว่าเติบโตจากปีก่อนหน้าถึง 100% พร้อมทั้งมีช่องที่เป็น Gold Button (มีผู้ติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป) ถึง 100 ช่อง และช่องที่เป็น Silver Button (มีผู้ติดตาม 1 แสนคนขึ้นไป) มากถึง 1,200 ช่อง ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นอับดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และเพื่อเป็นการสนับสนุนเครือข่ายชุมชน YouTube ในประเทศไทยที่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จะมีการเปิด YouTobe Pop-up Space ขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้เหล่าบรรดาครีเอเตอร์หรือนักสร้างสรรค์วิดีโอชาวไทย สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับการผลิตผลงานวิดีโอ

นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดโครงการฝึกอบรมสำหรับครีเอเตอร์ เช่น YouTube NextUp ซึ่งเป็นการฝึกอบรมระยะเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ครีเอเตอร์เกี่ยวกับเทคนิคในการก้าวขึ้นเป็นผู้มีชื่อเสียงบน YouTube รวมถึงโครงการ Creators for Change ที่ส่งเสริมให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย

ที่สำคัญ Google ยังได้ร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ AIS เพื่อนำเสนอแพ็กเกจการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่จำกัดสำหรับรับชมวิดีโอบน YouTube Go ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพียง 9 บาทต่อวัน หรือ 59 บาทต่อเดือนเท่านั้น โดย YouTube Go มีจุดเด่นที่สามารถรับชมหรือแชร์วิดีโอบน YouTube ได้ แม้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้าหรือไม่มีเลยก็ตาม

สำหรับกลุ่ม Next Billion Users ทาง Google ได้แนะนำโหมดการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดบน Google Maps ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่มีอยู่ราว 20 ล้านคน สามารถวางแผนการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้เส้นทางลัดตามตรอกหรือซอยเล็กๆ ที่มีเพียงรถจักรยานยนต์เท่านั้นที่สามารถผ่านได้

เรื่องสุดท้าย การสนับสนุนธุรกิจ SMEs & Startup
ก่อนหน้านี้ Google ได้มีความร่วมมือและให้การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ SMEs & Startup มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวโครงการ Google for Entrepreneurs, โครงการ Google Developers Launchpad หรือล่าสุดอย่างโครงการ Google Play Indie Games Contest

สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจ Google บอกว่าประเทศไทยมีกลุ่มธุรกิจที่เป็น SMEs กว่า 3 ล้านราย และกว่า 42% ของ GDP ประเทศไทยก็มาจากกลุ่มธุรกิจ SMEs แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบออฟไลน์ ซึ่ง SMEs ที่มีตัวตนบนออนไลน์ยังมีเพียงแค่ 13% เท่านั้น ขณะที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีการค้นหาคำว่า “ร้าน” เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และคำว่า “ใกล้ฉัน” เพิ่มขึ้น 3 เท่า นั่นหมายความว่าธุรกิจ SMEs ที่มีตัวตนบนออนไลน์จะมีโอกาสเติบโตได้มาก

ทาง Google เองก็ได้มีร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถลงทะเบียนและรับการตรวจสอบความถูกต้องในการใช้งาน Google My Business ซึ่งเป็นบริการฟรีจาก Google ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ มีตัวตนบนโลกออนไลน์ทั้งบน Google Search และ Google Map โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา