[Review] Huawei Mate20 Pro เรือธงกล้องเทพ สุดยอดชิป Kirin 980 มี AI ฉลาดขึ้น

เปิดตัวมาพร้อมกับความสามารถที่อัดแน่นสำหรับสมาร์ทโฟน Huawei Mate20 Series ที่มีออกมา 4 โมเดล ประกอบด้วย Mate20, Mate20 Pro, Mate20 RS Porsche Design และ Mate20 X โดยที่เครื่องที่อยู่กับเราตอนนี้ก็เป็นรุ่นท็อปอย่างHuawei Mate20 Pro ที่มาพร้อมกับงานดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม และมีหัวใจสำคัญคือตัวชิปเซตใหม่ Kirin 980 พร้อมกับหน่วยประมวลผล AI แบบคู่ (Dual-NPU) ภายในตัว

สเปค Huawei Mate20 Pro

  • สัดส่วนเครื่อง 8 x 72.3 x 8.6 มม. หนัก 189 กรัม
  • หน้าจอ OLED ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1440 x3120 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 , DCI-P3 HDR
  • ชิปเซต HiSilicon Kirin 980 (Octa-core 2.6GHz) สเปค RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัวติดเลนส์ Leica ประกอบด้วย
    • กล้องเลนส์ Wide 27mm ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล , f/1.8
    • กล้องเลนส์ Ultra Wide 16mm ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
    • กล้องเลนส์ Telephoto 80mm ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 , 3x optical zoom,ใช้กันสั่น OIS
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และระบบสแกนใบหน้า 3D Face Unlock
  • เทคโนโลยีเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac (wave2), 4 GHz และ 5 GHz, dual-band, DLNA, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, A2DP, aptX HD, LE
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS (L1 + L5 dual-band) / AGPS / Glonass / BeiDou / Galileo (E1 + E5a dual-band) / QZSS (L1 + L5 dual-band)
  • รองรับเครือข่าย
    • 4G LTE TDD:B34 / B38 / B39 / B40
    • 4G LTE FDD:B1 / B2 / B3 / B4 / B5 / B6 / B7 / B8 / B9 / B12 / B17 / B18 / B19 / B20 / B26 / B28 / B32
    • 3G WCDMA:B1 / B2 / B4 / B5 / B6 (ญี่ปุ่น) / B8 / B19 (ญี่ปุ่น)
    • 3G TD-SCDMA:B34 / B39
    • 2G GSM:B2 / B3 / B5 / B8 (850 / 900 / 1800 / 1900MHz)
  • แบตเตอรี่ 4200mAh ใช้เทคโนโลยีชาร์จไวด้วยกำลังไฟ 40W ผ่านพอร์ต USB Type-C
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie คลุมด้วย EMUI 9

สตาร์ทกันที่แพ็คเกจของ Huawei Mate20 Pro มาในไซส์ขนาดมาตรฐาน กล่องสีดำตัดด้วยตัวหนังสือสีทองบอกชื่อรุ่นชัดเจน และแน่นอนตีตราด้วยคำว่า “Leica Triple Camera” กันแบบชัดๆ สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบด้วย

  • เคสซิลิโคนใส
  • หูฟังพอร์ต USB Type-C
  • อุปกรณ์แปลงพอร์ต USB Type-C to 3.5mm
  • สาย USB Type-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ Huawei SuperCharge (40W)
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

  • ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่นสะดุดตา

กลุ่มเป้าหมายของ Huewei Mate20 Pro คือกลุ่มคนวัยทำงานซึ่งนอกจากฟังค์ชั่นการใช้งานที่ครบเครื่องแล้ว เรื่องการดีไซน์ก็ต้องมีความสปอร์ตโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ถือโชว์ได้ไม่อายใคร

บอดี้รุ่นนี้เป็นกระจกขอบโค้ง Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเปิดตัวมา 4 สี ประกอบด้วย Twilight, Emerald Green, Midnight Blue และ Black

ขณะที่สัดส่วนตัวเครื่อง 158.1×73.8×8.5 มม. หนัก 189 กรัม จับถือได้ถนัดมือและมีการทำพื้นผิวแบบพิเศษ Micro 3D Texture ที่จะให้สัมผัสต่างจากผิวแบบกระจกทั่วไปช่วยให้จับติดมือมากขึ้นและขณะที่รอยนิ้วมือยังคงมีให้เห็นแต่จะไม่ชัดมาก ส่วนความเงางามที่เป็นเสน่ห์บอดี้กระจกยังคงมีเช่นเดิม ซึ่งรุ่นนี้มีมาตรฐานกันน้ำ-กันฝุ่นระดับ IP68 กันน้ำจืดได้ลึกระดับ 1.5 เมตร นานสุด 30 นาที

หน้าจอดีไซน์แบบไร้ขอบ FullView Display มีรอยบากด้านบน ใช้แผงจอชนิด OLED ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1440×3120 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9 รองรับมาตรฐานการแสดงผล HDR ค่าความหนาแน่นพิกเซล 539ppi มีสัดส่วนพื้นที่แสดงผล 86.90% ส่วน Multi-Touch รองรับได้ 10 จุดไม่มีปัญหา และมี Always on Display ให้ใช้

ส่วนรอยบากของรุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับรุ่น P20 เนื่องจากมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ใช้ในการปลดล็อคตัวเครื่องด้วยสแกนใบหน้า 3D Facial Recognition พร้อมด้วยกล้องหน้า และลำโพงสนทนา และแน่นอนว่ามีฟีเจอร์ถมดำแถบแสดงสถานะเพื่อซ่อนรอยบากได้

ขณะที่ขอบด้านล่างจะปล่อยโล่งและใช้ Navigation Bar (ปุ่ม Home, Back, Recent) แบบ On-Screen สัมผัสบนหน้าจอ ซึ่งสามารถตั้งค่าเปลี่ยนการควบคุมเป็นแบบ Gestures หรือ Navigation dock ได้ตามถนัด

พลิกมาด้านหลังจะพบกับการจัดวางกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) รูปแบบใหม่ เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากไฟหน้ารถสปอร์ต เหนือโมดูลกล้องมีตัวอักษร LEICA พาร์ทเนอร์ด้านการถ่ายภาพในรุ่นเรือธงของ Huewei ตามด้วยข้อความเล็กๆว่า “VARIO-SUMMILUX-H 1.1.8-2.4/16-80 ASPH” และจุดที่สังเกตได้คือรุ่นนี้ไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่อง เนื่องจากเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแล้ว

ขอบเครื่องฝั่งขวาจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ที่มีการลงสีให้ดูเด่นขึ้นมา ขอบเครื่องด้านบนมีพอร์ต IR blaster กับช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ต USB Type-C ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. และมีการใช้ลูกเล่นการซ่อนลำโพง Dual Speakers ไว้ในพอร์ต USB-C นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟน กับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ที่ถูกออกแบบมารองรับกับหน่วยความจำเสริมแบบใหม่ที่ Huawei พัฒนาขึ้นมาเอง

  • ฟังค์ชั่นจัดเต็ม มีสุดยอดหน่วยประมวลผล Kirin 980 เป็นหัวใจ

Mate20 Series เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายที่ใช้ชิปเซตรุ่นใหม่ Kirin 980 ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตในระดับ 7 นาโนเมตร มี Transistor อยู่ภายในมากถึง 6,900 ล้านตัว ใส่ได้มากกว่าเดิม 1.6 เท่า และยังมีความสามารถในการประหยัดพลังงาน แถมลดความร้อนที่เกิดจากชิป

พื้นฐานของ Kirin 980 ใช้สถาปัตยกรรมย่อย Cortex-A76 มีประสิทธิภาพมากกว่า Cortex-A75 ราว 25–35% มีแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำเพิ่มขึ้น 90% และเมื่อเทียบกับ A73 ที่ใช้ใน Kirin 970 ในรุ่นนี้ก็ให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากกว่าเดิม 2 เท่า นอกจากนี้ยังมีหน่วยประมวลสถาปัตยกรรมย่อย Cortex-A55 ซึ่งจะเป็นแกนประมวลผลที่กินไฟต่ำ โดยที่ A55 มีประสิทธิภาพมากกว่า A53 ที่ใช้ใน Kirin 970 อยู่ราว 18% ในขณะที่กินไฟน้อยลง 15%

สำหรับโครงสร้างของ Kirin 980 มี 8 แกนประกอบด้วย

  • 2 แกนประสิทธิภาพสูงที่ขับเคลื่อนโดย Cortex-A76 ที่ความเร็ว 6GHz
  • 2 แกนกำลังประมวลผลกลางๆ ที่เป็น Cortex-A76 เหมือนกันแต่มีความเร็วที่ 92GHz
  • 4 แกนเล็ก กำลังประมวลผลต่ำ แต่ประหยัดไฟมากๆ เป็น Cortex-A55 ที่ความเร็ว 8GHz

ทั้ง 8 แกนมีการปรับจูนที่ต่างกันทำให้สามารถเปิด-ปิด แกนได้ตามความเหมาะสมของการทำงาน นอกจากนี้ในชิปยังมี GPU Mali-G76 ด้วย ซึ่งเคลมว่าประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีกว่ารุ่นเดิม 46%

Kirin 980 ถูกปรับปรุงการทำงานให้กลายเป็น Dual NPU หน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์แบบคู่ ที่ทาง Huawei อ้างว่าสามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายได้เร็วถึง 4,500 ภาพต่อนาที เร็วกว่า Kirin 970 ถึง 120% แถมยังมีส่วนประกอบสำคัญอย่าง Dual ISP ที่มีความเร็วในการจัดการภาพเพิ่ม 46% กินแบตน้อยลง 23% แลคน้อยลง 33%

ส่วน Modem รองรับการเชื่อมต่อ LTE ระดับ Cat.21, 4X4 MIMO รองรับ 5CA สามารถทำความเร็วการดาวน์โหลดได้สูงสุดถึง 1.4Gbps ส่วนเรื่องของระบบ GPS รุ่นนี้ใช้การจับตำแหน่งแบบคู่ Dual-Frequency ช่วยให้การจับสัญญาน GPS มีความแม่นยำในทุกสภาวะแวดล้อม

ด้านสเปคความจำของ Huawei Mate20 Pro มี RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB และยังมาพร้อมกับหน่วยความจำเสริมที่ Huawei เป็นผู้พัฒนาเองอย่าง NanoCard ที่มีขนาดเล็กเท่ากับตัว nano-SIM หรือเล็กกว่าลงเมื่อเทียบกับ microSD Card 45%

Mate20 Pro รองรับการทำงานสองซิมแบบ Hybrid slot โดยมีถาดหลักสำหรับ nano-SIM ขณะที่อีกช่องต้องเลือกใส่ระหว่าง nano-SIM หรือ NanoCard และน่าเสียดายที่ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันอย่าง microSD Card

ด้านแบตเตอรี่ในรุ่นนี้ใส่มาให้ 4200mAh ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไวตัวใหม่ Super Charger ด้วยกำลังไฟ 40W ซึ่งมีอะแดปเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีนี้ใส่มาให้ในกล่อง ด้วยเทคโนโลยีตัวใหม่ทำให้สามารถชาร์จเต็ม 70% ได้ภายใน 30 นาที แน่นอนว่าไวมากๆ นอกจากนี้ยังมีระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟ 15W ที่เป็นมาตรฐานสูงสุดในปัจจุบัน

ไฮไลท์สำคัญของ Huawei Mate 20 Pro ที่ทำให้ต้องร้องว้าว! คือการมีฟีเจอร์ Revers Charge เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นแท่นชาร์จแบบไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นๆที่รองรับเทคโนโลยีนี้โดยไม่จำกัดค่ายว่าต้องเป็น iOS หรือ Android

ขณะที่ตัวระบบปฏิบัติการณ์เป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Android 9 Pie คลุมด้วย EMUI 9 ด้านฟีเจอร์แน่นอนว่าอัดแน่นไปด้วยของใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Wirless projection โยนการแสดงผลบนหน้าจอสมาร์ทโฟนไปอยู่บนจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ต้องใช้สาย ซึ่งจอที่เชื่อมต่อจะต้องรองรับ Miracast ในกรณีที่จอไม่รองรับก็สามารถใช้สายต่อแบบปกติได้

ฟีเจอร์ปกป้องข้อมูลในตัวเครื่องทั้ง App Lock, Private Space หรือ File Safe รวมถึง App Twin สำหรับใช้งานโซเชียลมีเดียสองบัญชีในเครื่องเดียวกัน

Hivision ระบบการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ด้วยการใช้กล้องสแกนวัตถุ หรือสถานที่ที่ต้องการ รวมถึงการสแกนอาหารเพื่อหาจำนวนแคลอรี่ตามปริมาณสิ่งที่อยู่บนจานได้แบบเรียลไทม์

ส่วนขาช้อปออนไลน์ก็ต้องใช้ Hitouch ที่แค่แตะค้างบนภาพสิ่นค้าที่ต้องการตัวระบบจะนำไปสู่หน้าสั่งซื้อสินค้าจาก อี-คอมเมิร์ช เจ้าต่างๆทันที ซึ่งทาง Huawei เองก็กำลังมีการทำงานร่วมกันกับ Lazada และ Shopee เพื่อให้คนไทยได้ใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างเต็มที่

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่น Pro มากับเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่รองรับแรงกดได้ 10 ระดับพร้อมด้วยการปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติด้วยความเร็วในการปลดล็อค 0.6 วินาที


สำหรับระบบเซ็นเซอร์ที่
สำรวจด้วย Sensor Box ก็พบทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)
  • Pressure Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกด

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆก็ถือว่าสุดยอดด้วยผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 7625คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 3269 คะแนน/ Multi-core : 9882 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.0 = 224377 คะแนน

ด้วยสเปคระดับนี้เรื่องการเล่นเกมหายห่วงจัดกันได้แรงๆ ไม่ว่าจะเป็น ROV ที่เปิดโหมด High Frame Rate Mode สัมผัสการเล่นภาพสวยๆแบบ 60fps ได้สบาย สำหรับ PUBG Mobile เนื่องจากตัวเครื่องที่ได้มาทำรีวิวยังไม่ใช่ตัวไฟนอลที่จะนำมาขายจริง จึงทำให้มีปัญหากับตัวเกมที่บังคับให้เปิดเล่นได้แค่ระดับต่ำสุด (Balanced-Medium) เพราะถ้าพิจารณาจากสเปคของ Mate20 Pro ก็น่าจะเปิดโหมดกราฟฟิกสูงสุด (HDR-Ultra) เล่นได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน

ถ่ายภาพยังเด็ดขาดด้วยกล้องหลัง 3 ตัว บวกกล้องหน้า 3D

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Huawei โดยเฉพาะกับตระกูลเรือธง P Series หรือ Mate Series เรื่องความสามารถด้านการถ่ายภาพย่อมเป็นสิ่งที่หลายคนคาดหวัง ซึ่งตัว Mate 20 Pro ก็ยังคงเหนือชั้นด้วยกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ที่ได้ Leica แบรนด์ผู้ผลิตกล้องระดับไฮเอนด์จากประเทศเยอรมัน มาช่วยในการพัฒนาระบบต่างๆ และยังมีการเปลี่ยนแปลงจากการผสมผสานระบบระหว่างเซ็นเซอร์สี กับเซ็นเซอร์ขาว-ดำ มาเป็นการใช้เลนส์ไวด์ สร้างมุมมองรับภาพได้กว้างถึง 3 ระดับ สำหรับสเปคความละเอียดของกล้องหลังมีดังนี้

  • กล้องเลนส์ Wide 27mm ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล , f/1.8
  • กล้องเลนส์ Ultra Wide 16mm ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องเลนส์ Telephoto 80mm ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 , 3x optical zoom,มีระบบออโต้โฟกัส (Laser Focus/Phase Focus/Contrast Focus),ใช้กันสั่น OIS และรองรับฟีเจอร์กันสั่น AIS (Huawei AI Image Stabilization)

ฟีเจอร์กล้องของ Huawei Mate20 Pro เรียกว่ายกเครื่องจากตัวเรือธงรุ่นท็อปครึ่งปีแรกอย่าง P20 Pro ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ Optical Zoom 3 เท่า, Hybrid Zoom 5 เท่า และ Digital Zoom 10 เท่า ขณะที่การปรับกล้องให้เป็นโหมดเลนส์ไวด์ก็ทำได้ง่ายๆเพียงดันตัว Zoom ถอยหลังเป็น 0.6X แค่นี้เอง

  • เทียบระยะการ Zoom ไล่จาก 0.6x/1x/3x/5x/10x

นอกจากนี้ความสามารถอีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาในกล้องรุ่นนี้คือการถ่ายภาพแบบมาโคร โดยเอากล้องเข้าไปจ่อจับโฟกัสใกล้วัตถุได้สูงสุดถึง 2.5 ซม.

สำหรับเซ็นเซอร์หลักของกล้องหลังก็มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.7 นิ้ว รองรับการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้อย่างเหนือชั้น และสามารถเร่ง ISO ด้วยการถ่ายในโหมดออโต้ได้สูงถึง 102400 นอกจากนี้ตัวกล้องยังมีโหมด Super HDR เสริมความสามารถในการถ่ายในจุดที่มีค่าความต่างของแสงได้ดีและเก็บรายละเอียดได้เป็นธรรมชาติกว่าเดิม ด้วยการขยายไดนามิกเรนจ์ที่กว้างขึ้นโดยใช้การซ้อนทับภาพไฟล์ RAW ที่มีระดับความสว่างในระดับที่ต่างกัน 10 ภาพเป็นภาพเดียว

เรื่องของปัญญาประดิษฐ์ใน Mate20 Pro ก็มีเทคโนโลยี Master AI 2.0 ช่วยจำแนกซีน และวัตถุต่างๆ ได้ถึง 1,500 ซีนจากทั้งหมด 25 หมวดหมู่ จากเดิม 19 หมวดหมู่บน P20 Series เพื่อนำไปปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องถ่ายภาพ และปรับแต่งสีสันของภาพถ่ายให้มีความสวยงามแบบอัตโนมัติ

แน่นอนว่าเทคโนโลยี Huawei AIS (AI Image Stabilization) ระบบป้องกันภาพสั่น ด้วยการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยล็อกเฟรมในภาพถ่าย ทำให้เราเปิดหน้าชัตเตอร์ค้างเพื่อถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยผ่านโหมด Night Mode ได้ด้วยมือโดยไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องก็ยังคงมีให้ใช้งาน

ในตัวโหมด Portrait แน่นอนว่ามีฟีเจอร์ 3D Portrait Lighting โหมดจัดแสงแบบในสตูดิโอให้ได้ใช้งาน แถมเพิ่มลูกเล่นให้สามารถปรับแต่งรูปแบบของแสงตามประเภทที่เลือกมาได้อีกด้วย ซึ่งโหมดนี้สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

หากเป็นการถ่ายด้วยโหมด Aperture ก็จะสามารถปรับระดับรูรับแสงได้ทั้งก่อนถ่ายและหลังถ่าย แถมยังใส่ลูกเล่นฟีลเตอร์ตรงฉากหลังได้ด้วย

ขณะที่การถ่ายแบบ Pro Mode สามารถตั้งได้ทั้ง รูปแบบการวัดแสง, การโฟกัส, ค่า White Balance , ปรับ ISO ตั้งแต่ 50-6400, สปีดชัตเตอร์ 1/4000-30 วินาที และระบบชดเชยแสง EV +-4

นอกจากการถ่ายแบบภาพนิ่งแล้วใน Mate20 Series ยังมาพร้อมกับโหมดถ่ายวีดีโอสุดล้ำด้วยการเป็นรุ่นแรกที่ถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบหน้าชัดหลังเบลอได้แบบเรียลไทม์ (Background Blur) โดยนำเอาความสามารถของ AI มาแยกตัวแบบออกจากฉากหลัง โดยที่เป็นหนึ่งในลูกเล่นฟิลเตอร์เอ็กเฟคที่มีให้ใช้ อาทิเช่น การทำฉากหลังเป็นขาว-ดำ ในขณะที่ตัวแบบยังคงเป็นสีปกติ ให้อารมณ์แบบภาพยนต์เรื่อง Sin City ได้อย่างงดงาม


แน่นอนว่าการจับโฟกัสติดตามการเคลื่อนไหวของแบบก็รวดเร็วแม่นยำด้วยเทคโนโลยี 4D Predictive Focus ซึ่งเป็นระบบโฟกัสโดยคำนวนการเคลื่อนที่ของวัตถุล่วงหน้าแบบ 4D ช่วยให้กล้องไม่หลุดโฟกัสจากตัววัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว พร้อมด้วยโหมด Slow Motion ในระดับความละเอียด 720p@960fp


ตัวกล้องหน้าของ Mate20 ให้มาที่ 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 โดยที่รุ่น Pro จะเป็นรุ่นเดียวที่มีระบบสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ ซึ่งในงานเปิดตัวก็ได้มีการพรีเซ็นต์ฟีเจอร์อย่าง “3D Depth Sensing” โดยใช้เซ็นเซอร์ของกล้องหน้าในการสแกนวัตถุแบบ 3 มิติ ผ่านแอปฯ 3D Live Maker และนำมาแสดงผลแบบ AR ในรูปแบบโมเดล 3D เพื่อถ่ายรูปหรือวีดีโอด้วยกล้องหลัง ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดท่าทางของตัวโมเดลที่สแกนได้

สำหรับเครื่องที่ได้มาทดสอบยังไม่มีแอปฯตัวนี้มาให้ใช้งานครับ แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ในงานก็ได้ข้อมูลมาว่าตัววัตถุที่จะสแกนจะต้องมีโครงสร้างเหมือนกับมนุษย์คือมีส่วนของ หัว,ช่วงตัว, แขน และ ขา ที่ชัดเจน เหมือนกับตัวตุ๊กตาหมีที่เอามาโชว์ในงาน

หลังจากสแกนเสร็จระบบจะใช้เวลาประมาณ 3 นาที ในการเรนเดอร์ออกมาเป็นโมเดล 3D แล้วค่อยนำมาจับแมตช์เข้ากับโครงสร้างข้อต่อที่เตรียมไว้เพื่อกำหนดการเคลื่อนไหวให้กับหุ่นโมเดล

เรื่องโหมดการถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าไม่ได้ฉีกไปจากรุ่น P20 Pro มากนักโดยมีทั้ง 3D Portrait Lighting ตามที่บอกกันก่อนหน้านี้ และยังมีตัว AR Lens ทำคาแร็คเตอร์อิโมจีให้เล่นกันขำๆ

  • ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Huawei Mate20 Pro

สำหรับใครที่ติดตามกันมาตั้งแต่ตัว P20 Series ก็น่าจะทราบกันดีว่าตัวเรือธงของ Huawei จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นด้านการถ่ายภาพเอามากๆ ซึ่งกับตัว Huawei Mate20 Pro ก็ยังคงทำได้ดีเยี่ยมแถมยังได้ช่วงเลนส์มุมกว้างเข้ามาเสริมช่วยให้รูปแบบการถ่ายมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ส่วนตัวฟีเจอร์ของรุ่นนี้ก็ต้องยอมรับว่าสมศักดิ์ศรีของการเป็นเรือธงด้วยสารพัดลูกเล่นหรือนวัตกรรมที่ประโคมใส่เข้ามาใช้งานกับ Mate20 Pro เป็นรุ่นแรก สำหรับจะตอบสนองต่อการใช้งานตามที่คาดหวังไหมอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับโจทย์ที่แต่ละคนวางเอาไว้ แต่ส่วนตัวถือว่าเป็นเรือธงที่ครบเครื่องจ่ายไปได้กลับมาคุ้มค่าอย่างแน่นอน

Huawei Mate20 Pro เคาะราคาในไทยที่ 31,990 บาท มีสเปคเข้ามาขาย 2 สีคือ Emerald Green กับ Black สามารถสั่งจองได้ในระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ สำหรับวันขายจริงคือวันที่ 9 พฤศจิกายน

พิเศษ!! ลูกค้าที่สั่งจองรับของสมนาคุณเป็น HUAWEI Band 3 Pro และ HUAWEI Active Noise Canceling Earphones 3 มูลค่ารวม 4,980 บาท