[REVIEW] Huawei nova 3i สุดยอดสมาร์ทโฟน 4 กล้องสมองกลตัวแรกของโลก สเปคไม่กั๊ก กับราคาไม่ถึงหมื่น

เปิดตัวมาได้น่าสนใจมากเลยทีเดียวกับ Huawei nova 3 และ nova 3i ซึ่งจัดสเปคพร้อมชนทุกค่ายด้วยการเป็นรุ่นแรกของโลกที่ให้กล้องคู่ AI ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขณะที่ตัวบอดี้ก็เป็นกระจกไล่เฉดสี และตอนนี้เราก็มีรุ่น Huawei nova 3i ซึ่งจะเป็นต้วที่วางจำหน่ายก่อนมาอยู่ในมือแล้ว

สเปคของ Huawei nova 3i

  • หน้าจอ FullView Display แบบ TFT LCD (IPS) กว้าง 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9
  • หน่วยประมวลผล Kirin 710 ความเร็ว 2.2GHz พร้อมหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ใช้ GPU Mali-G51 มีฟีเจอร์ GPU Turbo
  • สเปค RAM 4GB+ ROM 128GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256GB
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/8 พร้อมไฟแฟลช LED และ AI Master Photography
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/0 พร้อมเทคโนโลยี AI
  • รองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง (รองรับ 4G ทั้ง 2 ซิม)
  • พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Micro USB 0
  • ระบบความปลอดภัย ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบจดจำใบหน้า (360 Face Unlock)
  • รองรับเครือข่าย
    • 4G LTE TDD:B38 / B40 / B41 (2545 – 2655 MHz)
    • 4G LTE FDD:B1 / B3 / B5 / B7 / B8 / B28
    • 3G WCDMA:B1 / B5 / B8
    • 2G GSM:B2 / B3 / B5 / B8
  • ระบบระบุตำแหน่ง GPS, GLONASS, AGPS
  • Wi-Fi 11b/g/n, 2.4 GHz, Bluetooth 4.2, BLE, HWA, aptX และ aptX HD
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,340mAh
  • ระบบปฎิบัติการ Android 1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2

สมาร์ทโฟนซีรีส์ nova 3 เป็นรุ่นที่ทาง Huawei ตั้งใจทำมาเพื่อให้เป็นนักฆ่าที่จะมาฆ่าจอมพิฆาตเรือธงอีกที (Flagship Killer’s Killer) จึงต้องจัดเต็มกันตั้งแต่งานดีไซน์ที่ทำมาได้อย่างหรูหราน่าสัมผัส

ตัว Huawei nova 3i บอดี้เป็นแบบ Metal-Glass ฝาหลังเป็นกระจก 2.5D ตรงขอบก็จะมีความโค้งมนและดูแบนกว่ารุ่น nova 3 และที่เป็นไฮไลท์คือเรื่องของการไล่เฉดสีแบบ Gradient Design ทำให้เครื่องออกมาสวยงามสุดๆเมื่อสะท้อนกับแสงไฟ ซึ่งสีของ nova 3i ที่เข้าไทยประกอบด้วย Black, Iris Purple และ Pearl White สำหรับสีที่อยู่ในมือตอนนี้เป็น Iris Purple ที่มีการไล่เฉดสีจากน้ำเงินลงมาม่วงสวยงามสุดๆและดูจะเป็นอีกสีที่ขายดีเลยละ

มาที่หน้าจอเป็นดีไซน์ FullView Display อัตราส่วน 19.5:9 ขนาด 6.3 นิ้ว ใช้แผงชนิด TFT LCD (IPS)ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ความหนาแน่นพิกเซล 409ppi แสดงสีได้ 16.7 ล้านสี มีพื้นที่ของจอเมื่อเทียบกับตัวเครื่องที่ 82.2% ระบบ Multi-Touch รองรับได้ 10 จุด

องค์ประกอบของเครื่องไล่จากส่วนที่เป็นรอยบาก (Notch) จะเป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้าคู่, เซ็นเซอร์ และลำโพงสนทนา ส่วนขอบจอด้านล่างจะไม่มีอะไรใช้แถบ Navigation Bar สำหรับปุ่ม Back, Home และ Recent App เป็นแบบสัมผัสบนจอ ซึ่งสามารถตั้งเปลี่ยนเป็นแบบ Single-Key หรือ Dock ได้ถ้าหากอยากได้พื้นที่หน้าจอแบบเต็มๆ ขณะที่ตัวรอยบากก็สามารถเข้าไปตั้งค่าเพื่อถมดำซ่อนได้

พลิกมาด้านหลังตัวกล้องคู่วางแนวตั้งชิดมุมซ้ายบนมีแฟลชอยู่ด้านล่าง และจุดที่สังเกตความแตกต่างระหว่าง nova 3i กับ nova 3 ได้ดีที่สุดคือตัวหนังสือที่อยู่ติดกับกล้อง ของ nova 3i จะเขียนว่า Dual Lens ขณะที่ nova 3 จะเป็น AI Camera ส่วนกลางหลังเครื่องเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power ของรุ่นนี้จะอยู่ที่ขอบด้านขวา ส่วนขอบซ้ายเป็นถาดใส่ซิมแบบ Hybrid Slot ที่เลือกได้ว่าจะใช้งานแบบสองซิม หรือซิมหลักกับหน่วยความจำเสริมชนิด microSD Card

ตรงขอบด้านบนจะเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวน ขอบด้านล่างเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5มม.,ไมโครโฟน, พอร์ต microUSB และลำโพงหลัก

ตัวแพ็คเกจของ Huawei nova 3i ก็เป็นแบบสีขาวเรียบๆ สกรีนชื่อรุ่นบนหน้ากล่องด้วยตัวอักษรสีเงิน อุปกรณ์ภายในจากแพ็คเกจที่ส่งมาให้รีวิวก็มีสิ่งของพื้นฐานทั่วไปอย่าง

  • เครื่อง Huawei nova 3i
  • หูฟัง
  • สาย microUSB
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V/2A
  • เข็มจิ้มถาดซิม

** แพ็คเกจที่ขายจริงจะมี ฟิล์มกันรอย, เคส, ใบรับประกันสินค้า และคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย**

ชิปเซตของรุ่นนี้เป็นตัวใหม่ล่าสุดอย่าง  Kirin 710 ประมวลผล Octa-core (4×2.2 GHz Cortex-A73 & 4×1.7 GHz Cortex-A53) ความเร็ว 2.2GHz โดยชิปรุ่นนี้ผลิตขึ้นภายใต้กระบวนการผลิต 12 นาโนเมตร มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและการทำงานที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับตัว Kirin 659 ด้วยการประมวลผลแบบ Single-core ที่สูงกว่า 75% และ  Multi-core ที่สูงกว่า 68%

สำหรับ GPU เป็น Mali-G51 MP4 ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อน 1.3 เท่า รองรับฟีเจอร์ GPU Turbo ช่วยเร่งความแรงในการประมวลผลเพิ่ม 60% ลดการใช้พลังงานลง 30% โดยตัว nova 3i กับ nova 3 จะได้อัพเดตฟีเจอร์นี้ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนที่วางขายเครื่องในไทยพอดี และเกมที่จะรองรับฟีเจอร์นี้ในช่วงแรกประกอบไปด้วย PUBG, Mobile Legends Bang Bang และ Rules of Survival

นอกจากนี้ตัว Kirin 710 ยังรองรับDual SIM และ 4G VoLTE ทั้งสองซิม  ทำความเร็วดาวน์โหลด LTE Cat. 12 ได้ความเร็วสูงสุดที่ 600Mbps และอัพโหลดที่ 100Mbps ขณะที่ DSP และ ISP ก็ปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกันซึ่งจะช่วยในส่วนของกล้องถ่ายรูปให้ถ่ายภาพได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อย แถมยังรองรับ Scene Recognition และ Face Unlock ด้วย

สเปคความจุที่เข้ามาขายในไทยตัว RAM ให้มา 4GB ความจุตัวเครื่อง (ROM) 128GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ได้สูงสุด 256GB แบตเตอรี่เพียงพอต่อการใช้งานด้วยความจุ 3,340mAh ไม่มี QuickCharge

ระบบปฎิบัติการของ nova 3i เป็น Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.2 มีฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยทั้งการสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า

สำหรับเซ็นเซอร์จากที่เช็คด้วยแอปฯ Sensor Box ก็จัดว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

มาดูที่คะแนนการประมวลผลกันบ้างจากการทดสอบด้วยแอปฯ Benchmark ต่างๆก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 7147คะแนน

  • Geekbench 4 = Single-core :1601 คะแนน/ Multi-core : 5591 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v1.0 = 137078 คะแนน

เรื่องของการเล่นเกม Huawei nova 3i ก็ไม่เป็นรองใครสามารเล่น ROV ได้ลื่นๆโดยเปิด HD Display ปรับทุกอย่างสูงสุด ซึ่งค่าเฟรมเรทก็จะนิ่งอยู่ที่ 30fps ขณะที่ PUBG ตั้งค่ากราฟฟิกระดับกลาง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่เกมจะอนุญาตก็เล่นได้สบายๆ โดยที่รุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ AI game suite ช่วยปลดปลอยให้พลังชิปเซ็ตให้ทำงานอย่างเต็มที่ และมีการจัดการกับสายเรียกเข้าหรือข้อความแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้มีอะไรมาขัดจังหวะขณะเล่นเกม

มาถึงเรื่องการถ่ายภาพ nova 3i จัดเต็มด้วยการเป็นสมาร์ทโฟน Dual AI Camera ที่มีกล้องคู่ AI ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เริ่มจากตัวกล้องหลังกล้องหลังคู่ประกอบด้วย กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 กับกล้อง 2 ล้านพิกเซลรูรับแสง f/2.4

กล้องหลังของรุ่นนี้มีระบบ AI Scenery Recognition ที่ตัว AI สามารถเรียนรู้ภาพกว่า 100 ล้านภาพ และนำมาวิเคราะห์ออกมาได้ถึง 500 ฉากจาก 22 หมวด เพื่อปรับโหมดและการตั้งค่าต่างๆของกล้องให้เหมาะสมกับฉากที่จะถ่าย ช่วยให้การถ่ายลั่นชัตเตอร์ของเราแต่ละครั้งกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ

ภาพที่ถูกถ่ายด้วยระบบ AI จะถูกปรับแต่งสี, แสง และรายละเอียดของภาพ ให้สวยงามตามที่ระบบวิเคราะห์มา ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถกดเลือกได้ว่าจะใช้ภาพที่ AI แต่งมา หรือจะเป็นภาพโทนสีเดิมๆ เพราะฉะนั้นถ่ายด้วยโหมด AI ไว้ก่อนคือดีที่สุด

สำหรับตัว Portait Mode ของรุ่นนี้นอกจากโหมด Beauty ที่ปรับหน้าใสได้ 5 ระดับแล้ว ก็ยังมีฟีเจอร์จัดแสงถ่ายภาพบุคคล Portrait Lighting แบบ 3 มิติ ซึ่งสามารถปรับระดับของแสง หรือเลือกรูปแบบการจัดแสง ทั้งแบบเรียลไทม์ หรือหลังการถ่ายด้วยโหมดนี้ได้

ขณะที่การถ่ายภาพแบบหน้าชัด-หลังเบลอถ้าถ่ายด้วยโหมด Aperture จะสามารถนำไปเลือกปรับจุดโฟกัส, เลือกระดับรูรับแสง หรือใส่ฟิลเตอร์เอฟเฟ็กต์ หลังการถ่ายได้ครับ

อีกหนึ่งโหมดที่อยากให้ลองเล่นกันคือตัว AR Lens ที่จัดสารพัดลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพมาไว้แต่ที่เด็ดสุดคือ 3D Objects ที่เอาตัวการ์ตูน 3 มิติเข้ามาอยู่ในภาพด้วยเทคโนโลยี AR

  • คลิปวีดีโอจากโหมด 3D Objects

ขณะที่ตัวโหมด Pro ของรุ่นนี้จะสามารถปรับได้ตั้งแต่ ISO (50-3200), Speed Shutter (1/4000 – 30 วินาที), EV (+-4), รูปแบบการโฟกัส และ White Balance

ด้านการถ่ายวีดีโอกล้องหลังของรุ่นนี้รองรับสูงสุดที่ FHD (1920x1080p) อัตราเฟรมเรท 60fps ถ้าเป็นโหมด Slow-motion เฟรมเรทสูงสุดในแบบ 16X Super Slow Motion อยู่ที่ 480fps ที่ความละเอียด HD 720p บันทึกได้ 10 วินาที

  • คลิปวีดีโอจากโหมด 16X Super Slow Motion


มาต่อกันที่กล้องหน้าของ nova 3i ก็เป็นเลนส์คู่ 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 กับ 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 โดยเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่นำระบบ AI เข้ามาใช้งานไม่ว่าจะเป็น โหมด Beauty ที่มีระบบอัลกอริทึมใหม่ โดยแยกแต่งให้สวยตามเพศและสีผิวลงลึกถึงขั้นเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีผิวแบบเอเชีย, ยุโรป หรือ ลาตินอเมริกา

นอกจากหน้าจะสวยแล้วฉากหลังก็ต้องเป๊ะ nova 3i ก็เลยใส่ AI Selfie Scenerary Recognition ใช้ AI ปรับแต่งภาพในส่วนของตัวแบบกับฉากหลังเป็นอิสระจากกัน ซึ่ง AI ของกล้องหน้าสามารถจำแนกฉากหลังได้มากกว่า 200 ฉาก จาก 8 หมวด พร้อมด้วยโหมด HDR Pro หรือการถ่ายภาพในโหมด HDR ด้วยกล้องหน้า ที่เป็นแบบการทำงานร่วมกันทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เรียกว่าเก็บได้ครบทุกองค์ประกอบ

เทียบภาพถ่ายแบบปิดเปิด AI

ตัวอย่างภาพภ่ายแบบ ปิดเปิด โหมด HDR Pro

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่กล้องหน้าได้รับจากขุมพลัง AI คือการสร้าง 3D Qmojis แบบเคลื่อนไหวได้ทันที และยังรองรับการบันทึกในรูปแบบไฟล์ GIFs หรือ VDOs และเพิ่มข้อความน่ารักๆ สำหรับแชร์ต่อ โดยที่มีอีโมจีให้เลือกกันถึง 8 แบบ

  • คลิปวีดีโอ 3D Qmojis


แน่นอนว่านอกจาก 3D Qmojis แล้วความสนุกในการถ่ายด้วยกล้องหน้าของ nova 3i ก็ยังไม่หมดเพราะรุ่นนี้ก็มีฟีเจอร์ AR stickers ให้ถ่ายเล่นกันสนุกๆ

สำหรับสายช็อปกล้องของ nova 3i ก็มีฟีเจอร์สแกนสิ่งของหรือ QR Code เพื่อค้นหาข้อมูลของสินค้าและราคาจากฐานข้อมูลของ Amazon ทำการช็อปปิ้งมีรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น

  • ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Huawei nova 3i

Huawei nova 3i เปิดราคาขายในไทยที่ 9,990 บาท มี 3 สี ได้แก่ Black, Iris Purple และ Pearl White ยังมีเวลาให้พรีออเดอร์กันได้จนถึงวันที่ 31 กรกฏาคมนี้ พร้อมรับของสมนาคุณพิเศษ Huawei Bluetooth Speaker มูลค่า 1,290 บาท ส่วนขายจริงเริ่ม 3 สิงหาคมเป็นต้นไป โดยที่มีสี Black เข้ามาเป็นสีแรก ตามด้วย Iris Purple ในวันที่ 9 สิงหาคม ส่วน Pearl White ยังไม่มีประกาศกำหนดวางจำหน่ายแต่ไม่นานเกินรอแน่นอน

สำหรับช่องทางการพรีออเดอร์ Huawei nova 3i นอกจากช่องทางออฟไลน์หน้าร้านค้าชั้นนำทั่วไปแล้ว ก็ยังสามารถจองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น

นอกจากนี้ทาง Huawei ก็ยังมีกิจกรรมมาให้ร่วมสนุกเพื่อต้อนรับ Huawei nova 3 Series โดยมีของรางวัลเป็นแจก Huawei EnVizion 360 Camera ราคา 4,490 บาท จำนวน 5 รางวัล โดยมีกติกาง่ายๆเพียงแค่

  1. เซลฟี่กับ “ภาพ เบลล่า ราณี คู่กับ Huawei”
  2. อัพโหลดผ่าน Facebook หรือ Instagram อย่าลืมตั้งค่าเป็นสาธารณะ
  3. ติดแฮชแทก #NOVA3xBELLA

โดยที่กิจกรรมดังกล่าวจะมีการประกาศผลวันที่ 5 สิงหาคม 2561 นี้ เวลา 12:00 น. พบภาพเบลล่าคู่กับหัวเว่ยที่ไหน ก็อย่าลืมมาเซลฟี่กัน #Huaweinova3series