[Review] Huawei nova 4 มือถือจอ Punch Display รุ่นแรกของไทย ที่มากับกล้องเลนส์กว้าง

มาก่อนก็ได้ขายก่อนสำหรับ Huawei ที่ชิงเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอเจาะรูเป็นรุ่นแรกในไทยอย่างตัว Huawei nova 4 ที่เตรียมจะวางจำหน่ายกันเป็นครั้งแรกที่งาน Thailand Mobile Expo 2019 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ กับราคา 16,990 บาท

สเปค Huawei nova 4

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 157 x 75.1 x 7.8 มม. หนัก 172 กรัม
  • หน้าจอ Punch Display ชนิด LTPS LCD ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2310 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 19.25:9
  • ชิปเซต Kirin 970 ประมวลผล Octa-core (4x Cortex-A73 2.36GHz + 4xCortex-A53 1.8GHz) มี GPU Mali-G72 MP12 พร้อม GPU Turbo 2.0
  • สเปคความจำ RAM 8GB+ROM 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม
  • กล้องหลัง 3 ตัว 20MP f/1.8 PDAF +16MP f/2.2 (Ultra-wide)+2MP f/2.4 มีความสามารถของ AI
  • กล้องหน้า 25MP f/2.0 มีระบบ AI และ HDR
  • รองรับการทำงานสองซิมสัญญาน 2G/3G/4G รองรับ VoLTE
    • 4G TD-LTE : B34/B38/B39/B40/B41
    • 4G FDD-LTE: B1/B3/B5/B6/B7/B8/B19
    • 3G WCDMA : B1/B2/B5/B6/B8/B19
    • 2G GSM : B2/B3/B5/B8
  • เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง A-GPS/ GLONASS/ BDS
  • รองรับสัญญานไร้สาย Bluetooth 4.2, A2DP, EDR, LE, aptX HD, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot
  • มีสแกนลายนิ้วมือและปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3750mAh รองรับ Fast charging
  • รันกับ Android 9.0 Pie คลุมด้วย EMUI 9.0.1
  • สีที่ขาย Black , Crush Blue

ซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 พร้อมเปิดเบอร์ใหม่ได้ส่วนลดคุ้มกว่า ที่ dtac online store

สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำพร้อมฟังก์ชั่นที่เหนือกว่าบนสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ อาทิ หน่วยประมวลผล Kirin 970 ชิปเซ็ต AI แบบคู่ เร็ว แรง ไหลลื่น ร่วมกับ GPU Turbo 2.0 ถ่ายภาพสวยด้วยระบบกล้อง 3 ตัวเลนส์ Ultra Wide ถ่ายรูปวิวได้กว้างหรือเก็บภาพได้ครบ พร้อมหน้าจอ Punch Display ดีไซน์ใหม่ล่าสุดไร้ติ่งขนาด 6.4 นิ้ว

dtac online store นำเสนอโปรโมชั่นส่วนลเซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 ในราคาพิเศษ พร้อมรับฟรี HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท (เฉพาะสั่งซื้อล่วงหน้าบนออนไลน์เท่านั้น) สำหรับลูกค้าเก่า ลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ รับส่วนลดราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 9,990 บาท จากราคาปกติ 16,990 บาท ลูกค้าย้ายค่ายออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท รับสิทธิ์ผ่อน 0% พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า

รายละเอียด ซื้อสมาร์ทโฟน HUAWEI nova 4 พร้อมเปิดเบอร์ใหม่คุ้มกว่า (อัพเดทราคา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2019)

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟน เพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

Huawei nova 4 ยังคงเดินตามแนวทางของซีรีส์ที่จะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ โดยสิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่มากับหน้าจอเป็นรูสำหรับใส่กล้องหน้า ที่ทางค่ายใช้ชื่อดีไซน์ว่า “Punch Display”

เบื้องหลังการดีไซน์แบบ Punch Display ทาง Huawei ใช้เทคโนโลยี Blind Hole ทำช่องบนหน้าจอให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้สูญเสียพื้นที่การใช้งาน และเลือกที่จะติดตั้งไว้ตรงมุมซ้ายบนของจอโดยที่พยายามจะทำให้ติดขอบมากที่สุด ซึ่งตำแหน่งนี้ทางผู้ผลิตได้วิจัยมาแล้วว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกใช้งานน้อยที่สุด ขณะที่ตัวกล้องหน้าเองก็ดีไซน์ให้มีขนาดเล็กเพียง 3.05 มม. แถมประสิทธิภาพก็ไม่ได้ถดถอยไป

วัสดุหน้าจอของ nova 4 เป็น LTPS LCD ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2310 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 19.25:9 มีพื้นที่การใช้งานหน้าจอมากถึง 86.3% คลุมทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุด

แน่นอนว่ารุ่นนี้ไม่มีรอยบาก (Notch) แต่ก็ยังมีการตั้งค่าให้สามารถถมดำซ่อนช่องดังกล่าวได้ แต่ก็ต้องแลกมากับส่วนขอบจอที่หนาเพิ่มขึ้น

ด้านการเล่นเกมรวมถึงการดูคอนเทนท์ต่างๆบนจอ Punch Display ส่วนตัวมองว่าไม่ได้มีผลกระทบอะไรมาก อาจจะเป็นเพราะตัวช่องว่างบนหน้าจอที่ไม่ได้อยู่ในจุดรบกวนสายตา ขณะที่การเล่นเกมแน่นอนว่าช่องบนจอก็ต้องบังตำแหน่งปุ่มที่อยู่บริเวณนั้นแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการสัมผัสแน่นอน

ถ้าคิดว่ารบกวนก็สามารถเข้าไปตั้งค่า “Hide Notch” แบบเฉพาะแอปฯก็ได้

อีกจุดนึงที่ต้องให้เครดิตทาง Huawei คือการออกแบบลำโพงสนทนาให้ออกมาเล็กมากๆจนซ่อนตรงขอบได้อย่างแนบเนียน แถมยังมีไฟแจ้งเตือน (Notification light) ให้เห็นลางๆ

ส่วนขอบจอด้านล่างปล่อยวางใช้แถบ Navigation Bar แบบสัมผัสบนจอ ซึ่งสามารถตั้งเปลี่ยนเป็นแบบ Gestures หรือ Dock ได้ตามความถนัด

บอดี้ด้านหลังของ nova 4 ก็หรูหรามีระดับด้วยกระจกเคลือบชั้นไล่เฉดสีดีไซน์สีแบบ Low key ซึ่งเข้าไทยมา 2 สี คือสีดำ (Black) แบบคลาสสิค และสีที่เห็นในมือตอนนี้ สีม่วง-น้ำเงิน (Crush Blue) ซึ่งเป็นสีไฮไลท์ของรุ่นนี้ ขณะที่กล้องหลังเป็นแบบ 3 ตัว (Triple Camera) จัดวางแนวตั้ง และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง

ตัวขอบเฟรมของรุ่นนี้เป็นวัสดุโลหะอลูมิเนียม ปุ่มปรับระดับเสียง กับปุ่ม Power จะอยู่ทางขวาของเครื่อง ส่วนด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิม

ขอบด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน พร้อมทั้งตัวเซ็นเซอร์วัดระยะ (Proximity Sensor) ที่ย้ายมาอยู่ตรงขอบ ขณะที่ด้านล่างเป็นลำโพงหลัก, ไมโครโฟน และพอร์ต USB-C

สำหรับแพ็คเกจของ Huawei nova 4 ก็เป็นกล่องสีขาวธรรมดาภายในมีอุปกรณ์อย่าง ฟิลม์กันรอยหน้าจอ (ติดมาที่เครื่องแล้ว), เข็มจิ้มถาดซิม, เคสซิลิโคนใส, ใบคู่มือและใบรับประกัน, สาย USB-C,หูฟัง และ อะแดปเตอร์ 9V-2A ซึ่งตัวเครื่องที่ได้มารีวิวไม่ใช่แพ็คเกจที่ขายในไทย แต่เข้าใจว่าถ้าเข้ามาก็คงไม่มีอะไรที่ต่างไปจากนี้มาก

เรื่องของสเปคภายใน nova 4 ใช้ชิปเซต Kirin 970 แบบเดียวกันกับ nova 3 ซึ่งมีระบบ NPU (Neural Processing Unit) เพื่อรองรับกับเทคโนโลยี AI ตัวหน่วยประมวลผล Octa-core ประกอบด้วย Quad-Core Cortex-A73 ความเร็ว 2.36GHz กับ Quad-Core Cortex-A53 1.8GHz มี GPU เป็น Mali-G72 MP12

แต่สิ่งที่อัพเกรดขึ้นมาคือรุ่นนี้ใช้ GPU Turbo 2.0 ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้น มีสเปค RAM เพิ่มขึ้นมาเป็น 8GB พร้อมความจำตัวเครื่อง 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม และรองรับการทำงานสองซิม ขณะที่ระบบปฏิบัติการแกะกล่องออกมาเป็น EMUI 9.0.1 อยู่บน Android 9.0 Pie ซึ่งทำงานได้ลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนแน่นอน

ฟีเจอร์ต่างๆ ที่เป็นของ EMUI ก็ยังมีอยู่ทั้ง App Twin สำหรับโคลนนิ่งแอปฯโซเชียลมีเดียลเพื่อล็อกอิน 2 บัญชีในเครื่องเดียว, App Assistant รองรับการตั้งค่า เร่งกำลังประมวลผลกราฟิกและปิดแจ้งเตือนระหว่างเล่นเกม, Party Mode สำหรับการเชื่อมต่อมือถือหลายเครื่องเข้าด้วยกัน เสมือนเปิดเพลงจากเครื่องเสียงแล้วมีลำโพงหลายตัว หรือจะเป็น Split screen เพื่อใช้งานสองหน้าจอ เป็นต้น

ในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัยก็มีทั้งการสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้า เลือกใช้งานได้ตามสะดวกหรือจะเปิดไว้ทั้งสองอันเลยก็ได้

ประสิทธิภาพในการเล่นเกม Huawei nova 4 ทำได้ดีไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น PUBG Mobile ที่ค่าเริ่มต้นเป็นระดับ High สามารถเซ็ตเพิ่มเป็น HDR-Ultra ได้ ขณะที่ ROV  เปิดโหมด HighFrame Rate ได้ตัวเลขก็จะอยู่ที่ราว 58-60fps

สำหรับเซ็นเซอร์จากที่เช็คด้วยแอปฯ Sensor Box ก็จัดว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆ

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 6301 คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 1728 คะแนน / Multi-core : 5635 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.4 = 131722 คะแนน

ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ Huawei nova 4 นั้นมีความจุที่ 3750mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวันแน่นอน สำหรับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟที่แถมมาก็เป็นตัว 9V-2A

เรื่องของการถ่ายภาพกล้องหน้าของ nova 4 ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX576 ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เด่นด้วยฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่ด้วย AI Selfie Scenerary Recognition ใช้ AI ปรับแต่งภาพในส่วนของตัวแบบกับฉากหลังเป็นอิสระจากกัน ซึ่งระบบของกล้องหน้าสามารถจำแนกฉากหลังได้มากกว่า 200 ฉาก จาก 8 หมวด

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ HDR Pro หรือการถ่ายภาพในโหมด HDR ด้วยกล้องหน้า ที่เป็นแบบการทำงานร่วมกันทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์กล้าสู้แสงจ้าเก็บฉากหลังได้ครบ พร้อมด้วยตัว Portrait ถ่ายเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ ที่มี ฟีเจอร์จัดแสง Portrait Lighting แบบ 3 มิติ ซึ่งสามารถปรับระดับของแสง หรือเลือกรูปแบบการจัดแสง ทั้งแบบเรียลไทม์ หรือหลังการถ่ายด้วยโหมดนี้ได้ ขณะที่ตัวโหมด Beauty ก็ปรับได้ถึง 10 ระดับ

ขณะที่ในโหมด AR Lens ก็มีโหมด 3D Qmojis ที่มีอีโมจีให้เลือกกันถึง 8 แบบ , AR stickers ให้ถ่ายเล่นกันสนุกๆ และ Gesture effects สร้างเอฟเฟคเท่ๆในภาพ ด้วยการทำสัญลักษณ์มือ

มาที่กล้องหลังตัว nova 4 อัพเกรดขึ้นจากรุ่นก่อนโดยใช้กล้อง 3 ตัว (Triple Camera) ซึ่งมีฟังค์ชั่นเหมือนกับเรือธง Mate 20 Pro ทีเสริมเลนส์มุมกว้างเข้ามา โดยที่รุ่นนี้จะประกอบไปด้วย

  • กล้องเซ็นเซอร์หลัก 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องมุมกว้าง (Ultra-wide) 117 องศา 16 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องเทเล 2 ล้านพิกเซล f/2.4

การใช้ความสามารถในการถ่ายมุมกว้างก็เหมือนกับตัวรุ่นพี่คือลากตัว Zoom ถอยหลัง แน่นอนว่าภาพที่เห็นในจอจะมีส่วนขอบเบี้ยวอยู่บ้างซึ่งเป็นธรรมชาติของเลนส์ไวด์ แต่เมื่อถ่ายไปในกล้องรุ่นนี้ก็มีซอฟท์แวร์ช่วยแก้ไขดึงส่วนขอบให้ตรงขึ้นนิดหน่อย

สำหรับกล้องหลังของรุ่นนี้ก็มีระบบ AI Scenerary Recognition ช่วยปรับโหมดและการตั้งค่าต่างๆของกล้องให้เหมาะสมกับซีนที่จะถ่าย และที่น่าสนใจคือมีโหมด Super Night ถ่ายภาพแสงน้อยไม่ง้อขาตั้งกล้องเพราะมีเทคโนโลยี AIS (AI Image Stabilization) ระบบป้องกันภาพสั่น ด้วยการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยล็อกเฟรมในภาพถ่าย

ตัวโหมด Portrait แน่นอนว่ามีฟีเจอร์ 3D Portrait Lighting โหมดจัดแสงแบบในสตูดิโอให้ได้ใช้งาน ขณะที่ AR Lens ก็ให้สารพัดลูกเล่นสำหรับการถ่ายภาพ รวมถึง 3D Objects ที่เอาตัวการ์ตูน 3 มิติเข้ามาอยู่ในภาพด้วยเทคโนโลยี AR

 

ขณะที่การถ่ายแบบ Pro Mode สามารถตั้งได้ทั้ง รูปแบบการวัดแสง, การโฟกัส, ค่า White Balance , ปรับ ISO ตั้งแต่ 50-3200, สปีดชัตเตอร์ 1/4000-30 วินาที และระบบชดเชยแสง EV +/-4

  • ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Huawei nova 4

ด้านการถ่ายวีดีโอกล้องหลังของรุ่นนี้รองรับสูงสุดที่ 4K UHD (3840x2160p) ถ้าเป็นโหมด Slow-motion จะมี 1080pFHD@120fps กับ 720pHD@480fps

อีกหนึ่งลูกเล่นที่กล้องหลังมีให้คือตัวโหมด Hivision ระบบการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์ด้วยการใช้กล้องสแกนวัตถุ หรือสถานที่ที่ต้องการ รวมถึงการสแกนอาหารเพื่อหาจำนวนแคลอรี่ตามปริมาณสิ่งที่อยู่บนจานได้แบบเรียลไทม์

Huawei nova 4 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่มีความครบเครื่องในตัว โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 7 ก.พ. ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2019 ที่ ไบเทค บางนา รวมถึงช่องทางออนไลน์ HUAWEI Official Store บน Lazada สนนราคาที่ 16,990 บาท พร้อมรับฟรีของสมนาคุณพิเศษ HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท แต่ต้องรีบหน่อยเพราะของแถมมีจำนวนจำกัด