กรุงไทย เปิดตัว “Krungthai NEXT” โฉมใหม่แอปฯ Mobile Banking ของธนาคาร ตั้งเป้าดันยอดผู้ใช้กว่า 10 ล้านรายในปีหน้า

ลูกค้าของธนาคารกรุงไทยหลายคนน่าจะได้ลองใช้กันไปแล้ว หลังจากที่แอปฯ Krungthai NEXT โฉมใหม่ ได้อัปเดตและพร้อมให้บริการไปตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ทั้งระบบ iOS และ Android (ดูรีวิวแอปฯ Krungthai NEXT ได้ที่นี่)

โดยวันนี้ธนาคารกรุงไทยได้จัดงานเปิดตัวแอปฯ Krungthai NEXT อย่างเป็นทางการ ด้วยแนวคิดชีวิตครบ แอปเดียวอยู่ ให้บริการ โอนมั่นใจ-เติมสะดวก-จ่ายครอบคลุม กับจุดแข็งในการเป็นผู้นำครั้งแรกกับเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในไทย ให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมครบวงจรบนแอปฯ เดียว เสมือนทำธุรกรรมที่สาขา

แอปฯ Krungthai NEXT ได้ถูกปรับโฉมใหม่แบบยกเครื่องจาก KTB netbank ที่เป็นแอปฯ Mobile Banking อันเดิมของธนาคารกรุงไทยใหม่ทั้งหมด ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือหน้าตาของแอปฯ ที่เปลี่ยนแบบใหม่หมดจด ลบภาพเดิมที่หน้าตาดูล้าสมัย และปรับโฉมให้ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ด้วยสไตล์ที่ดูคลีน ๆ สะอาดตา และไม่รกจนเกินไป

ธุรกรรมที่คนนิยมใช้กันบ่อย ๆ อย่าง โอน เติม จ่าย สแกน QR Code ก็ถูกยกมาไว้ที่หน้าแรก เพื่อลดขั้นตอนการใช้งานและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น แถมยังฟรีค่าธรรมเนียมทั้งโอนข้ามเขตและข้ามธนาคาร

แอปฯ Krungthai NEXT มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ทั้งเติมเงินมือถือทุกเครือข่าย บัตรทางด่วน Easy Pass / M-PASS หรือจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งนครหลวงและภูมิภาค โดยส่วนภูมิภาคจะเริ่มชำระได้ในต้นเดือนพฤศจิกายน ชำระค่าเน็ต ชำระหนี้ กยศ. ค่าปรับจราจร หรือบิลภาครัฐต่าง ๆ ได้มากกว่า 1,000 รายการ และอื่น ๆ อีกในอนาคต เรียกว่าครบจบในแอปฯ เดียวอย่างแท้จริง

มี Travel Card บริการซื้อ-ขาย เช็คอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศผ่าน Krungthai Travel Card ที่ลูกค้าสามารถแลกเงินตราต่างประเทศผ่านแอปฯ Krungthai NEXT ด้วยตนเองเก็บไว้ได้ก่อนการเดินทาง ในอัตราที่พิเศษกว่าในท้องตลาดได้ถึง 10 สกุลเงิน นั่นจึงตอบโจทย์ตรงที่ไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากขณะเดินทางไปต่างประเทศ ลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรม พร้อมดูอัตราแลกเปลี่ยนและแลกเงินเพิ่มเติมได้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อกลับประเทศไทย สามารถแลกเป็นเงินไทยกลับมาในอัตราที่ดี ไม่มีทั้งค่าธรรมเนียมแลกเงินและค่าธรรมเนียมรูดบัตรอีกด้วย

มี E-Donation หรือบริการกรุงไทย เติมบุญ ที่สามารถสแกน QR Code เพื่อบริจาคเงินให้กับหน่วยงานรับบริจาค ซึ่งครอบคลุมทั้งวัด โรงพยาบาล มูลนิธิ สถานศึกษา มัสยิด และองค์กรสาธารณกุศล กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และรับใบอนุโมทนาบุญทางอีเมลได้ทันที พร้อมทั้งส่งข้อมูลการบริจาคให้กรมสรรพากรสำหรับการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ทีนี้เมื่อถึงเวลายื่นภาษีก็ไม่ต้องวุ่นวายหาใบเสร็จรับเงินบริจาคต่าง ๆ เลย

สามารถเช็ควงเงินบัตรเครดิต KTC พร้อมทั้งดูยอดใช้จ่าย วงเงินคงเหลือ คะแนนสะสม และ ชำระค่าบัตรผ่านแอปฯ ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีบริการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล บริการ Verified by VISA บริการเตือนเพื่อจ่าย บริการขอข้อมูลเครดิตบูโร บริการโอนเงิน Western Union ฯลฯ

ส่วนเรื่องความปลอดภัยแอปฯ Krungthai NEXT ก็มีการนำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Recognition) และการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) มาใช้

ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking มากขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ในปี พ.ศ.2561  คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงินค่าบริการต่าง ๆ ผ่าน Mobile Banking เพิ่มขึ้นเป็นเป็น 37.9 ล้านบัญชีในเดือนนมิถุนายน จาก 31.6 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2560

และถึงแม้ว่า Mobile Banking ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้คนมากขึ้น แต่ก็ยังมีประชากรอีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าถึงการทำธุรกรรมดังกล่าว ที่เป็นเช่นนี้คือ ทั้งที่ยังไม่เข้าใจเทคโนโลยี มองว่าใช้งานยาก ไม่เข้าใจวิธีการสมัคร จึงทำให้ไม่กล้าใช้งาน และอีกเหตุผลสำคัญคือการทำธุรกรรมจ่ายเงินบน Mobile Banking ที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งการชำระค่าบริการไปยังองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน เป็นต้น

สำหรับการสื่อสารทางการตลาด ธนาคารกรุงไทยมีแผนสร้างการรับรู้และความเข้าใจในวงกว้าง โดยอาศัยกลุ่มลูกค้าของธนาคารที่มีอยู่ทั่วประเทศแบบครบวงจร เพื่อกระตุ้นการใช้งานกับฐานลูกค้าที่มีกว่า 30 ล้านบัญชี และเป็นผู้ที่ใชเงาน Mobile Banking แล้วกว่า 5 ล้านราย โดยคาดว่าหลังจากเปิดตัวแอปฯ Krungthai NEXT ครั้งนี้ จะทำให้มีผู้ใช้งานมากขึ้นเป็น 10 ล้านรายในปีหน้า

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยยังได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ ณเดช คูกิมิยะ เพื่อเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์และผู้ใช้บริการในยุคดิจิทัลให้กับแอปฯ Krungthai NEXT พร้อมสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์อีกด้วย