“Krungthai NEXT” โฉมใหม่ของ Mobile Banking ธนาคารกรุงไทย ให้ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่

ช่วงระยะหลังมานี้ เราเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของแวดวงธนาคารที่มีการปรับตัวกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของแอปพลิเคชัน Mobile Banking ที่ต้องเน้นแบบครบจบในแอปฯ เดียว ซึ่งล่าสุดก็เป็นธนาคารกรุงไทย กับการเปิดตัวโฉมใหม่ของแอปฯ “Krungthai NEXT” (กรุงไทย NEXT)

และเรียกได้ว่าคราวนี้ธนาคารกรุงไทย ได้พลิกโฉมแอปฯ Mobile Banking ครั้งสำคัญจริง ๆ ใครที่คุ้นเคยกับของเดิม KTB netbank อยู่นั้นลืมไปได้เลย เพราะตอนนี้ได้กลายเป็น Krungthai NEXT เป็นที่เรียบร้อย พร้อมชูแนวคิด “ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่”

ด้วยจุดแข็งในการเป็นผู้นำครั้งแรกกับเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในไทย ให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมครบวงจรได้บนแอปฯ เดียว เสมือนทำธุรกรรมที่ธนาคาร

โดยแอปฯ Krungthai NEXT โฉมใหม่ ได้อัปเดตและพร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งถ้าใครที่ใช้แอปฯ KTB netbank อยู่แล้ว เมื่ออัปเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก็จะเป็น Krungthai NEXT ทันที

แต่ถ้าใครที่เป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทย และยังไม่เคยใช้แอปฯ ของธนาคารมาก่อน สามารถดาวน์โหลดได้ โดยค้นหาคำว่า Krungthai NEXT หรือตามลิงก์ด้านล่างนี้
iOS : https://itunes.apple.com/th/app/ktb-netbank/id436753378?mt=8
Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=ktbcs.netbank&hl=th

ทีนี้เราก็จะมารีวิวให้ได้ดูกันว่าแอปฯ Krungthai NEXT โฉมใหม่นี้ มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนอะไรยังไงบ้าง ซึ่งก็ต้องบอกว่า Krungthai NEXT ได้ยกระดับการเป็นแอปฯ Mobile Banking ที่มีศักยภาพที่ดีกว่าเดิมในทุกมิติ เพราะมีการปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด

จุดสังเกตแรกของ Krungthai NEXT ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือหน้าตาของแอปฯ ที่เปลี่ยนแบบใหม่หมดจด ลบภาพเดิมที่หน้าตาดูล้าสมัย และปรับโฉมให้ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ตั้งแต่ไอคอนที่ดีไซน์ใหม่จาก KTB netbank มาสู่ NEXT สวยงามทันสมัยมากขึ้น พร้อมสไตล์ที่ดูคลีน ๆ สะอาดตา และไม่รกจนเกินไป

สำหรับธุรกรรมที่คนนิยมใช้กันบ่อย ๆ อย่าง โอน เติม จ่าย สแกน QR Code ก็ถูกยกมาไว้ที่หน้าแรก เพื่อลดขั้นตอนการใช้งานและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ฟรีค่าธรรมเนียมทั้งโอนข้ามเขตและข้ามธนาคาร

สามารถเช็คยอดเงินในบัญชีได้ทันที แค่ตั้งค่าแสดงเปิด-ปิด เมนูเช็คยอดเงินในหน้าแรก

แอปฯ Krungthai NEXT มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ทั้งเติมเงินมือถือทุกเครือข่าย บัตรทางด่วน Easy Pass / M-PASS หรือจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งนครหลวงและภูมิภาค โดยส่วนภูมิภาคจะเริ่มชำระได้ในต้นเดือนพฤศจิกายน ชำระค่าเน็ต ชำระหนี้ กยศ. ค่าปรับจราจร หรือบิลภาครัฐต่าง ๆ ได้มากกว่า 1,000 รายการ และอื่นๆ อีกในอนาคต ครบจบในแอปเดียวอย่างแท้จริง

หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Travel Card บริการซื้อ-ขาย เช็คอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศผ่าน Krungthai Travel Card ที่ลูกค้าสามารถแลกเงินตราต่างประเทศผ่านแอปฯ Krungthai NEXT ด้วยตนเองเก็บไว้ได้ก่อนการเดินทาง ในอัตราที่พิเศษกว่าในท้องตลาดได้ถึง 10 สกุลเงิน ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐฯ ยูโร ปอนด์ เยน ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ออสเตรเลีย ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และฟรังก์สวิส

นั่นจึงตอบโจทย์ตรงที่ไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากขณะเดินทางไปต่างประเทศ ลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรม พร้อมดูอัตราแลกเปลี่ยนและแลกเงินเพิ่มเติมได้ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อกลับประเทศไทย สามารถแลกเป็นเงินไทยกลับมาในอัตราที่ดี ไม่มีทั้งค่าธรรมเนียมแลกเงินและค่าธรรมเนียมรูดบัตรอีกด้วย

คนชอบทำบุญต้องฟีเจอร์นี้ E-Donation หรือบริการกรุงไทย เติมบุญ ที่สามารถสแกน QR Code เพื่อบริจาคเงินให้กับหน่วยงานรับบริจาค ซึ่งครอบคลุมทั้งวัด โรงพยาบาล มูลนิธิ สถานศึกษา มัสยิด และองค์กรสาธารณกุศล กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และรับใบอนุโมทนาบุญทางอีเมลได้ทันที พร้อมทั้งส่งข้อมูลการบริจาคให้กรมสรรพากรสำหรับการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ทีนี้เมื่อถึงเวลายื่นภาษีก็ไม่ต้องวุ่นวายหาใบเสร็จรับเงินบริจาคต่าง ๆ เลย

ส่วนใครที่ชอบลงทุนก็สามารถเพิ่มโอกาสในการลงทุนด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ผ่านฟีเจอร์ Money Connect ในแอปฯ Krungthai NEXT ซึ่งมีบริการจองซื้อหลักทรัพย์ เช่น หุ้นกู้ พันธบัตร หน่วยลงทุน ที่ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้จัดจำหน่าย ตามช่วงวันและเวลาการเปิดเสนอขายของหลักทรัพย์นั้น ๆ

สามารถเช็ควงเงินบัตรเครดิต KTC พร้อมทั้งดูยอดใช้จ่าย วงเงินคงเหลือ คะแนนสะสม และ ชำระค่าบัตรผ่านแอปฯ ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีบริการซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล บริการ Verified by VISA บริการเตือนเพื่อจ่าย บริการขอข้อมูลเครดิตบูโร บริการโอนเงิน Western Union ฯลฯ

อีกทั้งยังลูกเล่นอื่น ๆ มาสร้างสีสันอย่างการเพิ่มรูปโปรไฟล์ หรือการปรับเปลี่ยนเมนูโปรดที่ใช้บ่อยได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง

ในด้านระบบความปลอดภัยของแอปฯ Krungthai NEXT ก็เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล มีการนำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนเพื่อปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Recognition) และการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) มาใช้

นอกจากนั้นยังได้เพิ่มเติมมาตรฐานความปลอดภัย ด้วย Tokenization ในการตรวจสอบการทำธุรกรรมทุกครั้ง นั่นก็คือผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ใส่รหัส PIN ในทุก ๆ Transactions ได้ หรือสามารถตั้งค่าให้ใส่รหัส PIN ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ได้ เช่น หากโอนเงินจำนวนมากกว่า 5,000 บาท จะต้องใส่ PIN จึงมั่นใจถึงความปลอดภัยของการทำธุรกรรมได้อย่างแน่นอน

และนอกจากจะเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่แล้ว Krungthai NEXT ยังยกเครื่องระบบหลังบ้านใหม่ทั้งชุด โดยทำงานแบบระบบ Micro Services ที่เน้นความรวดเร็วและมีเสถียรภาพ เพื่อรองรับการทำธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นั่นจึงทำให้ Krungthai NEXT สามารถรองรับจำนวนธุรกรรมได้มากขึ้นถึง 5 เท่า จากเดิมมีการทำธุรกรรมสูงสุดเพียง 8,000 รายการต่อวินาที ให้สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้มากกว่า 25,000 รายการต่อวินาที เพื่อรองรับการทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ก็ถือได้ว่าการพลิกโฉมจาก KTB netbank มาสู่ Krungthai NEXT เป็นการยกระดับแอปฯ Mobile Banking ของธนาคารได้อย่างชัดเจน ด้วยหน้าตาที่ถูกยกเครื่องใหม่จนเปลี่ยนไปแบบผิดหูผิดตา ใช้งานง่ายขึ้น ไม่ซับซ้อน และมีความปลอดภัยสูง พร้อมกับบริการธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะโอน เติม จ่าย ก็ครอบคลุมที่สุด

ซึ่งใครที่เป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทย แนะนำว่าควรโหลด Krungthai NEXT มาใช้ เพราะจะทำให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกเยอะ และช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างครบวงจรได้ภายในแอปเดียวอย่างแท้จริง