Hands-on : Nubia Alpha แวร์เอเบิลโฟนที่มีจอโค้งรอบตัว

“ใครไม่มีจอโค้งได้ ก็ออกจากแก๊งค์เราไปเลย!” นี้น่าจะเป็นวลีสำหรับงาน MWC 2019 ที่แบรนด์ใหญ่หลายๆแบรนด์ก็เริ่มอวดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอโค้งได้ของตนเอง เช่นเดียวกับกันทาง Nubia ที่เอา Nubia Alpha สมาร์ทวอทช์ลูกผสมกับสมาร์ทโฟนซึ่งมีหน้าจอโค้งงอได้มาเปิดตัวในงานนี้

  • ดีไซน์โดดเด่นบนนิยาม Wearable Phone

Nubia Alpha เป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่าแวร์เอเบิลโฟน หรืออุปกรณ์สวมใส่ข้อมือที่สามารถใช้งานแบบสมาร์ทโฟนได้ โดยที่รุ่นนี้มาพร้อมนวัตกรรมหน้าจอแบบโค้งงอ (Flexible Display) โดยใช้แผงจอชนิด OLED ขนาด 4.01 นิ้ว ความละเอียด 960×192 พิกเซล มีพื้นที่แสดงผลแบบ Panoramic ในอัตราส่วน 5:1 ผลิตโดย Visinox

ทางผู้ผลิตได้เคลมไว้ว่าแวร์เอเบิลโฟนรุ่นนี้สามารถให้พื้นที่การแสดงผลมากกว่ามาตรฐานของอุปกรณ์แวร์เอเบิลทั่วไป 230% โดยที่ตัวหน้าจอจะโค้งไปตามข้อมือของผู้ใส่ ที่ทางผู้ผลิตเคลมว่าตัวจอสามารถทนต่อการจับงอได้กว่า 100,000 ครั้ง

ตัวเรือนจะเป็นทรงเรียวยาวคล้ายกับ Samsung Gear Fit ใช้วัสดุที่เป็นสแตนเลสสตีลมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 หรือลงน้ำจืดระดับ 1 เมตร ได้นาน 30 นาที โดยมีสีให้เลือกทั้งสีดำ และสีทองที่มีสายเป็นทองคำ 18K

ด้านข้างของหน้าจอในกรณีที่ส่วมอุปกรณ์ที่ข้อมือซ้ายทางฝั่งซ้ายจะเป็นตัวโมดูลเซ็นเซอร์และฝั่งขวาเป็นกล้อง 5 ล้านพิกเซล กับตัวปุ่มสำหรับสั่งงานอย่างกดเพื่อกลับหน้า Home เป็นต้น

ด้านหลังอุปกรณ์จะเป็นเซ็นเซอร์ Heart rate และตัว PIN Magnetic สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลและชาร์จไฟ

  • ชิปประมวลผลและการใช้งาน

แวร์เอเบิลโฟนรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android Wear 2.1 มีชิปเซต Qualcomm MSM8909W Snapdragon Wear 2100 การประมวลผล Quad-core 1.1GHz Cortex-A7 และใช้ GPU Adreno 304 มี RAM 1GB และความจำตัวเครื่อง 8GB ซึ่งรองรับไฟล์เพลงได้มากกว่า 1,000 เพลง

ตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 5.0 และมีตัวระบุพิกัด A-GPS ในการวางจำหน่ายจะมีทั้งโมเดลที่เป็น Bluetooth กับโมเดลที่ใช้ eSIM ในตัว ซึ่งรองรับสัญญาน 4G หรือเท่ากับว่าเราสามารถใช้อุปกรณ์ตัวนี้ในการโทรออก-รับสาย และใช้งานอินเตอร์เน็ตได้โดยที่ไม่ต้องทำผ่านสมาร์ทโฟน

ในการใช้งาน Nubia Alpha สามารถสั่งการได้ทั้งแบบสัมผัสบนหน้าจอเลื่อนขึ้นลง หรือปัด ซ้ายขวา เพื่อเข้าถึงฟังค์ชั่นต่าง หรือระบบ Voice control การส่งงานด้วยเสียง แต่ที่น่าสนใจคือการที่มีระบบ AIM (Air Interaction Mechanics) หรือการสั่งงานผ่านการโบกมือหรือปัดนิ้วผ่านเซ็นเซอร์บนหน้าจอโดยที่ไม่ต้องสัมผัสกับตัวอุปกรณ์

สำหรับกล้องของรุ่นนี้มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซลรูรับแสง f/2.2 มุมมองรับภาพกว้าง 82 องศา ซึ่งอาจจะต่ำไปหน่อยสำหรับถ่ายภาพอย่างจริงจัง แต่ถ้าเป็นการใช้ Video Call ก็ทำได้หายห่วง

ในตัวอุปกรณ์จะสามารถใช้วัดระดับความเครียดได้ และมีฟังค์ชั่นติดตามการนอนหลับ ขณะที่ตัวแบบเตอรี่ใส่มา 500mAh มีระบบชาร์จไวที่น่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน 1-2 วัน และยังอยู่ได้เป็นสัปดาห์หากเข้าโหมด Standby

ปัจจุบัน Nubia Alpha มีการวางจำหน่ายแล้วในต่างประเทศตัวที่รองรับเฉพาะ Bluetooth ราคา 450 ยูโร หรือประมาณ 16,000 บาท, รุ่นที่มี eSIM ราคา 550 ยูโร หรือประมาณ 19,500 บาท และรุ่นที่มี eSIM สีทองราคา 650 ยูโร หรือประมาณ 23,000 บาท