[Review] OPPO A7 น้องเล็กดีไซน์เด่น RAM 4GB กล้องสวย ราคาเพียง 6,990 บาท

เข้ามาวางจำหน่ายในไทยได้สักระยะแล้วสำหรับ OPPO A7 น้องใหม่จากตระกูล A-Series ที่มาพร้อมดีไซน์หรู หน้าจอไร้ขอบติ่งแบบหยดน้ำ สเปคเด็ดแบตฯอึด มีกล้อง AI ในที่ราคาจับต้องได้เพียง 6,990 บาท เท่านั้น!!

พรีเมียร์ดีไซน์ หน้าจอไร้ขอบทรงหยดน้ำ

OPPO A7 ใช้วัสดุระดับพรีเมียร์ดีไซน์กระจกทำขอบโค้งรับฝามือ มีสเปคสีตัวเครื่องให้เลือกทั้ง ทองสว่าง (Glaring Gold) และ สีน้ำเงินเข้ม (Glaze Blue) ซึ่งมีการเติมดีเทลเล็กๆให้น่าสนใจอย่างลายเส้นตรงแนวตั้ง

ตัวฝาหลังใช้วัสดุแมกนีเซียมขัดเงาช่วยป้องกันความร้อนจากแบตเตอรี่ขณะการใช้งานได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งเคลือบสารกันแสงสะท้อน (Anti-reflective Coating) ทำให้สีเครื่องมีความเด่นชัดยิ่งขึ้น

หน้าจอดีไซน์ไร้ขอบ Fullview Display มีรอยบากทรงหยดน้ำ (Waterdrop) ทำให้มีสัดส่วนพื้นที่แสดงผลสูง 88.4% ครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 ส่วนชนิดจอที่ใช้เป็น IPS LCD ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด HD+(720×1520 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9 รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุด

ส่วนรอยบากทรงหยดน้ำอันเป็นเทรนด์ฮิตของยุคนี้ก็เป็นพื้นที่สำหรับกล้องหน้า ถัดขึ้นไปอีกนิดจะเป็นส่วนของลำโพงสำหรับสนทนาและเซ็นเซอร์ต่างๆ

พื้นที่ด้านล่างของจอเป็นแถบสั่งงาน  Navigation bar (Home, Back,Recent Button) ในรูปแบบของ On-Screen บนหน้าจอ โดยที่เราสามารถเข้าไปเปลี่ยนเป็น Gesture Navigation ลากนิ้วแทนคำสั่ง หรือใช้ตัว Assistive Ball สั่งงานแทนได้

อีกลูกเล่นการสั่งการคือตัว Screen-off Gestures เข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆของเครื่องแม้หน้าจอจะดับอยู่ ด้วยการวาดนิ้วเป็นสัญลักษณ์ต่างๆบนหน้าจอ อาทิเช่น วาด “O” เพื่อเปิดกล้อง หรือวาด “V” เพื่อเปิดโหมดไฟฉาย เป็นต้น

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องคู่ (Dual-Camera) ติดตั้งอยู่มุมบนซ้าย พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนตรงกลางเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เสริมความโดดเด่นด้วยไฮไลท์ขอบทองทั้งสองจุด

ขยับมาด้านซ้ายจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และถาดสำหรับใส่ซิมแบบ Triple-slot ซึ่งสามารถใส่ Nano SIM ได้พร้อมกัน 2 ซิม และมีช่องแยกสำหรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ขณะที่ขอบเครื่องด้านขวาเป็นปุ่ม Power

ด้านล่างของเครื่องมีไมโครโฟน, ลำโพงเสียงภายนอก, พอร์ต microUSB และช่องเสียบแจ็คหูฟัง 3.5มม. สำหรับขอบด้านบนไม่มีอะไร

สเปคดีเล่นเกมลื่น แบตฯอึดด้วย

OPPO A7 ใช้ชิปเซตระดับกลางของค่าย Qualcomm อย่าง Snapdragon 450 ซึ่งเป็นชิปเซตที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 14 นาโนเมตร มีหน่วยประมวลผล Octa-core กำลัง 1.8GHz ใช้ GPU Adreno 506 สเปคหน่วยความจำที่เข้าไทยเป็นรุ่นท็อปสุด RAM 4GB ความจำตัวเครื่อง 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม microSD สูงสุด 256GB

ระบบปฏิบัติการรุ่นนี้ใช้  ColorOS 5.2 รันบนพื้นฐาน Android 8.1 ซึ่งมีระบบการจัดการที่ใหม่ขึ้น ฉลาดขึ้น และยังมีฟีเจอร์รองรับคนเล่นเกมอย่าง Game Space เสริมประสิทธิภาพการเล่นเกมพร้อมทั้งช่วยจัดการการแจ้งเตือนต่างๆ และมี Smart Bar เพื่อตอบข้อความที่เข้ามาได้โดยที่ไม่ต้องออกจากเกม

นอกจากนี้ภายในฟีเจอร์ดังกล่าวก็ยังมีระบบ Graphics Acceleration ดันกำลังประมวลผลด้านกราฟฟิก และระบบ Network Protection จัดการการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพื่อให้การเล่นเกมลื่นไหล ลดปัญหาการแลคโดยเฉพาะกับเกมที่ต้องออนไลน์ตลอดเวลา อาทิเช่น ROV, PUBG หรือ Ragnarok M เป็นต้น

เรื่องประสิทธิภาพในการเล่นเกมจากการเทสต์ก็ได้ผลที่น่าพอใจไม่ว่าจะเป็น ROV ที่ระดับเฟรมเรทสูงสุดจะอยู่ที่ราวๆ 27-30fps ขณะที่ PUBG Mobile ก็เล่นได้ไม่มีหน่วงกราฟฟิกตั้งได้สูงสุดที่ Balanced-Medium ส่วน Ragnarok M ก็เล่นได้ไม่มีปัญหา

ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆในรุ่นนี้ก็มีมาให้ครบทั้ง Music Party, Smart Sidebar, Split-screen, Real HD Sound เป็นต้น ขณะที่การปกป้องข้อมูลก็มีระบบปลดล็อคทั้งสแกนลายนิ้วมือ และใช้ใบหน้าปลดล็อค

อีกหนึ่งสเปคที่เป็นจุดขายของ OPPO A7 คือตัวแบตเตอรี่ 4230mAh ที่พร้อมสำหรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ AI battery ที่จะคอยจัดการกับแอปฯเบื้องหลังที่ค้างการใช้งาน และไฟล์ขยะต่างๆอีกด้วย

แน่นอนว่าเราก็ต้องทดสอบกันโดยเปิดดูคลิปวีดีโอความละเอียด 750p@50fps บน YouTube เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยใช้ระดับเสียงคงที่ และตั้งค่าความสว่างของหน้าจอไว้กลางๆ ปิดการปรับแสงอัตโนมัติ แบตเตอรี่จาก 100% ลดเหลือแค่ 88% เท่านั้น

ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆจากที่เช็คด้วย Sensor Box for Android ก็ได้ผลลัพท์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ด้านคะแนนประมวลผลจากแพลตฟอร์ม Benchmark ต่างๆมี ผลลัพท์ดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 4484คะแนน

  • Geekbench 4 Pro = Single-core : 778 คะแนน/ Multi-core : 2268 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v1.0 = 71314 คะแนน

เซลฟี่สวยด้วยกล้องหน้า 16MP มี AI Beauty 2.1 พร้อมด้วยกล้องคู่

ด้วยชื่อชั้นของ OPPO แน่นอนว่าต้องเด่นด้านงานเซลฟี่ โดยที่รุ่น A7 เองก็มาพร้อมกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ถ่ายสวยเป็นธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี AI Beauty 2.1 ที่วิเคราะห์ใบหน้าของผู้ใช้ได้ 296 จุด และมี HDR สำหรับดึงรายละเอียดของภาพเวลาเจอจุดย้อนแสง

นอกจากนี้ที่ตัวกล้องหน้ายังมีลูกเล่น Depth Effect สำหรับเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ พร้อมด้วยสารพัด AR Sticker เพิ่มมิติและสีสันให้กับการถ่ายภาพ

ตัวกล้องหลังก็เป็นแบบเลนส์คู่ (Dual-camera) ตามเทรนด์สมาร์ทโฟนยุคนี้ ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลัก 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ใช้ระบบออโต้โฟกัส ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์เสริมชนิด Depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 มีฟังค์ชั่นการถ่ายภาพที่หลากหลายทั้ง HDR, Portrait, AR Sticker และ Panorama อีกทั้งยังมีการนำระบบ AI Beauty ที่สามารถปรับระดับความสวยได้ถึง 6 ระดับเข้ามาใช้งาน

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ OPPO A7

สำหรับราคาและการวางจำหน่ายปัจจุบัน OPPO A7 สนนราคาขายในไทยที่ 6,990 บาท นอกจากนี้ยังมีการทำโปรโมชั่นซื้อเครื่องพร้อมแพ็คเกจกับทาง Truemove H และ AIS ใครที่สนใจก็ไปลองจับจองเป็นเจ้าของกันได้ ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ทั่วประเทศ

สเปคของ OPPO A7

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 155.9x4x8.1มม. หนัก 168 กรัม
  • จอ IPS LCD ขนาด 6.2 นิ้ว อัตราส่วน 19:9 ความละเอียด HD+ (720×1520 พิกเซล)
  • ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 450 (Octa-core,14nm,8GHz) ใช้ GPU Adreno 506
  • สเปค RAM 4GB ความจุตัวเครื่อง 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม 256GB
  • กล้องหลังเลนส์คู่ 13+2MP รูรับแสง f/2+f/2.4
  • กล้องหน้า 16MP รูรับแสง f/0
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม แบบ Triple slot สนับสนุนเครือข่าย
    • GSM: 850/900/1800/1900MHz
    • WCDMA: Bands 1/5/8
    • FDD-LTE: Bands 1/3/5/8
    • TD-LTE: Bands 38/40/41(2535-2655MHz)
  • เทคโนโลยีระบุพิกัด GPS/A-GPS/GLONASS/Beidou/Galileo
  • สนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth 2 ,Wi-Fi 2.4GHz 802.11 a/b/g/n
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 2 (Android 8.1)
  • แบตเตอรี่ 4230mAh
  • สีที่ขาย ทอง (Glaring Gold) กับน้ำเงิน (Glaze Blue)