OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงกล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายกลางคืนสวยด้วย Ultra Night Mode

สมาร์ทโฟนระดับท็อปตระกูล R Series รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ OPPO ที่ชูโรงด้วยจุดเด่นอย่างกล้องหลังเลนส์ 3 ตัว กับคอนเซ็ปต์ Seize the Night ที่มีโหมดสำหรับถ่ายภาพกลางคืนได้แบบโหด ๆ ส่วนกล้องหน้าก็ให้มา 25MP มี RAM 8GB แบตเตอรี่ 3700mAh รองรับ SuperVOOC ชาร์จ 40% ในเวลาเพียง 10 นาที และยังมีดีไซน์สวยหรูดูพรีเมียม

ข้อมูลสเปกของ OPPO R17 Pro

  • หน้าจอ AMOLED Waterdrop Screen ขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 19.5:9
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 710 Octa-Core 2.2GHz, 10nm
  • หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 616
  • หน่วยความจำ RAM 8GB / ROM 128GB
  • กล้องหน้า AI 25MP, F2.0, Sensor Sony IMX 576
  • กล้องหลัง 3 ตัว AI 12MP (F1.5 / F2.4) + 20MP (F2.6)+ TOF, OIS
  • ระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 base on Android 8.1
  • ขนาดตัวเครื่อง 6 x 74.6 x 7.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 183 กรัม
  • แบตเตอรี่ 3700mAh (1850mAh + 1850mAh) รองรับชาร์จเร็ว SuperVOOC
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบนาโน
  • การเชื่อมต่อ 4G/4G+ TD-LTE, LTE FDD, Wi-Fi 802.1.11 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), Bluetooth 5.0, NFC, USB Type-C, OTG
  • ระบบเซ็นเซอร์ Hidden Fingerprint Unlock, Magnetic Sensor, Distance Sensor, Gyroscope Sensor, Light Sensor
  • สีที่วางจำหน่าย Radiant Mist และ Emerald Green
  • ราคา 24,990 บาท

OPPO R17 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงกล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายกลางคืนสวยด้วย Ultra Night Mode

OPPO R17 Pro มาพร้อมดีไซน์ที่ดูดีมีเสน่ห์ หน้าจอแบบ Waterdrop Screen ขนาด 6.4 นิ้ว ชนิดจอ AMOLED ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล (FHD+) อัตราส่วน 19.5:9 ขนาดกำลังพอดีมือ พร้อมกระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่แข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า และเมื่อนับรวมพื้นที่ทั้งหมดของหน้าจอ OPPO R17 Pro จะมีแสดงผลที่คิดเป็นอัตราส่วนถึง 91.5%

บริเวณด้านบนของจอก็จะประกอบด้วยกล้องถ่ายรูปความละเอียด 25MPลำโพงสำหรับสนทนา และเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่ฝังอยู่บนรอยบากทรงหยดน้ำ ส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าจอจะเป็นปุ่มเมนู ปุ่มโฮม และย้อนกลับแบบสัมผัสที่หน้าจอ

สำหรับความปลอดภัยที่นอกจากสแกนใบหน้าแล้ว OPPO R17 Pro ยังใส่ Hidden Fingerprint Unlock หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ถูกฝังมาบนหน้าจอ

ด้านหลังของ OPPO R17 Pro ดีไซน์แบบ 3D ที่จะสะท้อนลวดลายตามการเคลื่อนไหวของแสงและเงารอบ ๆ เวลาพลิกตัวเครื่องไปมาจะเห็นความเหลือบของสีสันตัวเครื่องดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยเครื่องที่ได้มารีวิวครั้งนี้จะเป็นสีเขียวมรกตหรือ Emerald Green ซึ่งจะมีอีกสีหนึ่งก็คือ Radiant Mist ที่เป็นการไล่เฉดของสีน้ำเงินเข้มและสีม่วงสว่าง

บริเวณด้านหลังตัวเครื่องก็จะประกอบด้วยกล้องถ่ายรูปเลนส์ 3 ตัว ความละเอียด 12MP (F1.5 / F2.4) + 20MP (F2.6)+ TOF ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของรุ่นนี้ รวมทั้งไฟแฟลช LED และโลโก้แบรนด์ OPPO

บริเวณขอบรอบตัวเครื่องของ OPPO R17 Pro ใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมเสริมความแข็งแกร่งและดูพรีเมียม ตรงขอบด้านซ้ายจะมีปุ่มเพิ่ม / ลดเสียง ขณะที่ขอบด้านขวาจะมีปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว

ที่ขอบด้านบนจะมีเพียงไมค์ ส่วนขอบด้านล่างมีรูเสียบสายชาร์จแบบ USB Type-C ซึ่งรูเสียบหูฟังก็จะใช้พอร์ท Type-C นี้เช่นกัน พร้อมทั้งมีไมค์ ลำโพง และช่องใส่ซิมการ์ด

ถาดใส่ซิมการ์ดของ OPPO R17 Pro จะใส่ซิมแบบหงายฝั่งชิปของซิมขึ้น ซึ่งซิมทั้ง 2 จะหันหลังชนกัน และสามารถสแตนบายเครือข่าย 4G พร้อมกันได้ทั้ง 2 ซิม

สำหรับหน้าตาอินเตอร์เฟสของ OPPO R17 Pro ก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ที่มีพื้นฐานอยู่บน Android 8.1 (Oreo) โดยเมนูตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับสมาร์ทโฟนแอดดรอยด์ทั่วไปที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและใช้งานง่าย

ส่วนประสิทธิภาพภายในของ OPPO R17 Pro อย่างที่ทราบกันก็คือมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Snapdragon 710 Octa-Core 2.2GHz, 10nm หน่วยความจำ RAM 8GB / ROM 128GB ก็นับว่าแรงเหลือเฟือแล้วสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เท่าที่มือถือระดับไฮเอนด์ในยุคนี้จะทำได้

และเมื่อลองทดสอบการเล่นเกมหลาย ๆ แนวดู อย่างเกมสุดฮิต PUBG MOBILE ก็สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกสูงสุดได้เลย เพราะตัวเครื่อง OPPO R17 Pro อัดสเปกมาให้แบบเหลือ ๆ อยู่แล้ว ซึ่งก็กล้าการันตีเลยว่า OPPO R17 Pro เล่นเกมได้ลื่นไหลจริง ๆ พร้อมทั้งสามารถปรับตั้งค่าคุณภาพของกราฟิกทุก ๆ เกมในระดับสูงสุดก็ไม่เป็นปัญหาหรือมีอาการกระตุกให้เห็น

ตอนนี้ก็จะมาพูดถึงไฮไลท์สำคัญ นั่นคือเรื่องกล้องถ่ายภาพ กับกล้องหลังแบบเลนส์ 3 ตัว ความละเอียด 12MP (F1.5 / F2.4) + 20MP (F2.6)+ TOF พร้อมทั้งความโดดเด่นเรื่องการถ่ายภาพกลางคืนได้แบบสวยสุด ๆ ด้วย Ultra Night Mode

สิ่งที่ทำให้ OPPO R17 Pro ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีนั้น คือมีทั้งรูรับแสงอัจฉริยะ F1.5 และ F2.4 ที่สามารถรับรู้สภาสะแสงและปรับสลับได้ให้เข้ากับการถ่ายภาพกลางคืนได้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งการทำให้ภาพไม่เบลอและไม่สั่นไหวด้วยระบบกันสั่น OIS

รวมถึงการมาพร้อมเซ็นเซอร์อย่าง Sony IMX 362 ซึ่งมีขนาดชิป 1/2.55 และพิกเซลขนาดใหญ่ถึง 1.4 ไมครอน นอกจากนี้ OPPO ยังได้สร้าง AI Ultra-clear Engine แบบใหม่ขึ้นมาจาก Engine 3 ตัว คือ AI Engine, Ultra-clear Engine และ Color Engine ซึ่งเป็น AI ที่ช่วยวิเคราะห์และประมวลผลภาพในระยะเวลา 2-4 วินาที ภาพถ่ายกลางคืนจึงดูสดใสและมีความคมชัดสวยงามได้ภายในชัตเตอร์เดียว

โดย AI Engine สามารถระบุประเภทของภาพได้ถึง 23 ชนิดและปรับภาพใหเหมาะสมได้มากกวา 800 ฉาก ซึ่งระบบจะเลือกแผนการถ่ายภาพที่เหมาะสมกับฉากที่ถ่าย เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุด

ขณะที่ Ultra-clear Engine เมื่อต้องการถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย ระบบอัจฉริยะจะเปิดโหมด Ultra-clear Night อัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลด Noise เพิ่มช่วงไดนามิคและป้องกนการสั่นของภาพ เพื่อให้ได้ภาพกลางคืนที่มีความสว่างสูง สีสันสดใส และมีความคมชัด เห็นรายละเอียดของภาพถ่ายได้มากยิ่งขน

ส่วน Color Engine เม็ดสีในแต่ละพิกเซลจะถูกปรับแต่งผ่านกระบวนการสรางสีใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มการแสดงสีที่หลากหลายในฉากต่าง ๆ สร้างความโปร่งและทึบ ทำให้ภาพมีมิติ โดยมีแสง Sunset, Backlight, Backlight Portrait, Weak Light และ Weak Light Portrait เป็นแสงที่มีลกษณะพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้สามารถแสดงภาพถ่ายออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ลองมาดูตัวอย่างภาพบางส่วนที่ถ่ายด้วย Ultra Night Mode จากกล้องของ OPPO R17 Pro แบบใช้มือถ่าย (ไม่ใช้ขาตั้ง)

ในแง่ของการใช้งานกล้องถ่ายภาพนั้น ก็ต้องบอกว่า OPPO R17 Pro ยังคงจุดแข็งในเรื่องนี้ ที่เป็นข้อได้เปรียบเช่นเดียวกับหลาย ๆ รุ่นที่ผ่านมา โดยสามารถใช้งานได้ง่ายในแทบทุกโหมดและไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก ส่วนเรื่องความสวยของภาพก็ทำได้ดีอยู่แล้ว รวมทั้งการใส่ AI เข้ามา จึงช่วยเพิ่มความสามารถให้กล้องทำงานได้อย่างฉลาดมากขึ้น

ความสามารถพิเศษที่มากับคุณสมบัติกล้องของ OPPO R17 Pro ซึ่งจะมาช่วยเพิ่มความสนุก นั่นคือการสร้างอิโมจิคาแรคเตอร์ ที่มีรูปร่างท่าทางเหมือนกับตัวเจ้าของในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมทั้งสามารถปรับแต่งหน้าตา ทรงผม เครื่องแต่งกายในแบบที่ตัวเองชอบ แล้วยังนำไปใช้กับแอปฯ Third Party อื่น ๆ ได้

หรือจะสร้างตัวการ์ตูนที่มีมาให้อยู่แล้ว รวมทั้งสติ๊กเกอร์ตกแต่งรูปภาพก็มีให้เลือกเล่นค่อนข้างเยอะทีเดียว

นอกจากนี้ OPPO R17 Pro รุ่นนี้ยังรองรับชาร์จเร็ว SuperVOOC ซึ่งเร็วกว่า VOOC ถึง 2 เท่า โดยอะแดปเตอร์ที่ให้มานั้นเป็นแบบกำลังไฟ 50W 10V/5A และเคลมว่าชาร์จได้เร็วที่สุดในโลก โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ 40% ในเวลาเพียง 10 นาที พร้อมความปลอดภัย 5 ขั้นตอน ช่วยให้เครื่องไม่ร้อนขณะชาร์จด้วยชิปควบคุมอัจฉริยะ

เมื่อทดลองชาร์จจริง สัมผัสได้ว่าระบบชาร์จเร็ว SuperVOOC นั้นชาร์จไฟได้รวดเร็วทันใจมาก ๆ ออกมานั่งร้านกาแฟเพียงครู่เดียวเท่านั้น สามารถชาร์จไฟได้เกินกว่า 20% แล้ว

โดยสรุปแล้วก็คงต้องบอกว่า OPPO R17 Pro เป็นสมาร์ทโฟนระดับท็อปที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งในท้องตลาด ซึ่งถ้ามองถึงเรื่องนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามาก็ถือว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าเรือธงรุ่นอื่น ๆ ส่วนการดีไซน์ก็สวยหรูดูพรีเมียมสมราคา และที่แน่ ๆ ก็คือประสิทธิภาพและความสามารถของกล้องที่ถ้าหากได้ลองแล้วอาจจะติดใจอย่างแน่นอน

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ OPPO R17 Pro

ทั้งนี้ สำหรับ OPPO R17 Pro ก็พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 24,990 บาท ที่ OPPO Brand Shop และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ผู้ที่สนใจรายสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.oppo.com/th หรืออัพเดตกิจกรรมต่าง ๆ ที่ www.facebook.com/oppothai/ และ www.youtube.com/user/oppothai