LG G2

cover

LG G2

by Bluecosmos (@ibluecosmos)

LG ทำ Smartphone มาได้หลายปีแล้ว แต่ที่เรายังเห็นได้ชัดก็คือยังมีบางส่วนที่ขาดออกไป ทำให้มันดูไม่น่าดึงดูด แตกต่างจากอีกค่ายแบบชัดเจน แต่ช่วงหลังๆมาจากรุ่น LG Optimus G Pro ทำให้ผมเริ่มสังเกตได้ว่าทาง LG เริ่มมีพัฒนาการทางด้าน Smartphone มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ User Interface ที่ทำให้ดูน่าใช้งานมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาโหมดกล้อง, โหมดเพลงหรือโหมดอื่นๆขึ้นมาให้ดูมีหน้าตาที่ทันสมัยและน่าใช้งานยิ่งขึ้น

SONY DSC

จนในที่สุดก็ถึงการมาของ LG G2 และหลังจากที่ได้ Preview กันไปแล้ว รุ่นนี้เองเป็น รุ่นแรกที่มีการตัดชื่อการค้า Optimus ออกไป ซึ่งตัวเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมพอสมควร ที่เห็นได้ชัดเลยคือด้านการออกแบบและการสร้าง Story เรื่องราวของการออกแบบที่มากกว่ารุ่นก่อนๆที่ผ่านมา โดยวันนี้ผมจะมารีวิวลงรายละเอียดของแต่ละส่วนให้ได้ดูกันครับว่ารุ่นนี้เค้ามีดีอะไร

ตัวเครื่องรอบๆ

SONY DSCวัสดุที่ LG G2 เลือกใช้งานยังคงเป็นพลาสติกทั้งหมด โดยพลาสติกนี้เองเป็น Polycabornate เคลือบ โดยภาพรวมยังไม่ต่างจากรุ่นเก่าๆที่มีมา สัมผัสแรกรู้ชัดแจ้งเลยว่าพลาสติกธรรมดาๆ แต่ความจริงแล้วเป็นวัสดุพลาสติกชั้นดีพอสมควรเลยครับ ดูแข็งแรงและการประกอบค่อนข้างแน่นไม่มีส่วนที่จับแล้วดูไม่ลงตัว

SONY DSC SONY DSC

การออกแบบเครื่องรูปทรงออกมาแนวคล้ายๆไข่ ด้านหน้าเป็นส่วนของหน้าจอแทบจะเต็มเครื่อง สังเกตที่ขอบหน้าจอด้านข้างจะพบว่าแคบมาก โดยแคบเพียงแค่ 2.65 มม. เท่านั้น ถือว่าเป็นรุ่นที่มีขอบหน้าจอบางที่สุดในเวลานี้ ด้วยขอบหน้าจอที่บางลงมากๆ ทำให้ได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ 5.2 นิ้ว ในขณะที่ตัวเครื่องมีสัดส่วนเล็กกว่า Smartphone หน้าจอ 5 นิ้วยี่ห้ออื่นๆ แถมมีหน้าจอขนาดใหญ่กว่าอีกด้วย นอกจากนี้เองยังมีการย้ายตรายี่ห้อมาไว้ด้านล่างและทำส่วนบนให้แคบกว่าส่วนล่าง ดูแตกต่างจาก Smartphone ทั่วๆไป แต่พวกกล้องหน้า, Sensor ต่างๆ และลำโพงสนทนายังมีครบอยู่เหมือนเดิมครับ

SONY DSC SONY DSC SONY DSC

การออกแบบด้านหลังเครื่องมีการนำพวกปุ่มควบคุมเครื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Power/Wake (ปุ่มเปิดเครื่อง), ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง มาไว้ด้านหลัง ใต้ส่วนกล้องทั้งหมด ซึ่งเหตุผลที่ย้ายมาตรงนี้นั้นทาง LG บอกว่าตรงนี้เองเป็นตำแหน่งที่กดปุ่มง่ายที่สุด เพราะเวลาจับถือเครื่องปกตินั้นนิ้วชี้ของเรา จะอยู่ด้านหลังเครื่องตรงตำแหน่งนั้นพอดีทำให้เวลากดทำได้ง่าย และไม่ต้องเอี้ยวนิ้วมากดข้างเครื่องที่ลำบากกว่าและส่งผลให้บางทีใช้งานฟังก์ชันต่างๆ เช่น ถ่ายรูป ไม่สะดวก ซึ่งจุดขายนี้ถูกเรียกว่า Rear Key นั่นเอง

SONY DSC SONY DSC

ด้านหลังเองยังมีกล้อง 13 ล้านพิกเซลมาพร้อมเทคโนโลยี OIS กันสั่นตอนถ่ายภาพหรือวีดีโอ พร้อม LED Flash 1 ดวง ส่วนด้านล่างมีช่องเชื่อมต่อ microUSB และไมค์/ลำโพง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน แต่ส่วนด้านขวาคือลำโพง ด้านซ้ายเป็นไมค์ครับ แหม่ ทำซะเหมือนค่ายผลไม้เลยนะ ถัดไปนิดเดียวมีช่องเชื่อมต่อหูฟัง 3.5 มม. อยู่ครับ

SONY DSC SONY DSC

ส่วนรอบๆเครื่องซ้าย/ขวา ก็ไม่มีอะไรเพราะปุ่มถูกย้ายมาด้านหลังกันจนหมด แต่ด้านซ้ายเครื่องยังมีช่องใส่ซิมที่ต้องใช้เข็มแทงมาให้ แต่จับแล้วไม่รู้สึกอะไรเพราะมันราบเรียบติดไปกับตัวเครื่องเลย ส่วนด้านบนเองมีแค่ไมค์ตัวที่ 2 เอาไว้ตัดเสียงรบกวนระหว่างถ่ายและอีกหน้าที่คือเอาไว้รับเสียงที่เราต้องการ Focus ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ของเครื่องที่ชื่อว่า Audio Zoom ที่เดี๋ยวจะไปพูดกันตรงตอนถ่ายวีดีโอ ส่วนจุดดำๆที่ถัดจากตัวไมค์นั่นคืออินฟราเรดที่เอาไว้ควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไปไฟฟ้าต่างๆผ่านโปรแกรม QuickRemote ครับ

SONY DSC

ฝาหลังของตัวเครื่องเองแกะไม่ได้ครับ เนื่องจากมีการออกแบบเครื่องมาเป็นแบบ Unibody ซึ่งก็มีประโยชน์ตรงที่เครื่องบางที่ 8.9 มม. และน้ำหนัด 143 กรัม เท่านั้น แต่ถอดไม่ได้นี่ก็อาจจะติดปัญหาสำหรับหลายๆคนที่ชอบถอดแบตเตอรี่ตอนเครื่องค้างหรือกลัวแบตเสื่อมอยู่ดีครับ

หน้าจอ

SONY DSCหน้าจอของ LG G2 มีขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล โดยตัวหน้าจอถือว่ามี Spec ที่สูงเหมาะจะเป็นรุ่นท็อป ด้วยชนิดหน้าจอที่ใช้ก็คือเป็น True-HD IPS LCD ที่พัฒนาโดย LG Display ส่งผลให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นลดภาระของการปล่อยแสงและแสดงผลสีได้สมจริงยิ่งขึ้น จากที่ทดสอบดูพบว่าหน้าจอคมชัด ใสกิ๊ง สมเป็น IPS LCD ความละเอียดสูง ส่วนเรื่องความหนาแน่นพิกเซลต่อนิ้วอยู่ที่ 424 ppi ซึ่งก็ถือว่าเป็นมาตรฐานของหน้าจอขนาดนี้ที่ความละเอียด FullHD ทำให้มองตัวอักษรต่างๆแล้วเนียนไม่แตก รวมถึงการเปิดดูไฟล์ภาพที่ทำให้สวยเนียนมากจริงๆ ครับ

ระบบการเชื่อมต่อ

LG G2 LG G2

ความสามารถด้านการเชื่อมต่อของ LG G2 อันนี้นั้นมีหลากหลายมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi Direct, Miracast (ต่อหน้าจอ/เสียงออกไปยัง TV แบบไร้สาย), NFC (รองรับ Android Beam และ Direct Beam เหมือนกับ S Beam ของ Samsung), SmartShare Beam ที่เอาไว้ใช้งานการแชร์ไฟล์ต่างไปยังเครื่องที่รองรับแบบเดียวกัน (รูปภาพ/เพลง/วีดีโอ/เอกสาร) และระบบ FTP Direct ที่ใช้โอนไฟล์กับคอมพิวเตอร์ผ่านตัวกลางเครือข่ายไร้สายได้ทันที

นอกจากนี้ก็ยังใช้งานความสามารถพื้นฐาน เช่น Bluetooth และ Personal Hotspot ได้ครบเครื่องครับ เรียกว่าจัดเต็มมีมาให้ครบทุกฟังก์ชันที่พวกท่านๆใช้กันถึงทุกวันนี้