[Review] Samsung Galaxy Tab S แท็บเล็ตหน้าจอ S-AMOLED ฟีเจอร์จัดเต็ม ดีไซน์เฉียบ

coverหลังจากเปิดตัวมาแบบฮือฮา กับแท็บเล็ตรุ่นท็อปซีรีย์ใหม่ของซัมซุง Galaxy Tab S ที่เน้นเรื่องหน้าจอ Super AMOLED คมชัดสีสันสวยโดน พร้อมรองรับ 4G LTE อีกทั้งยังมีดีไซน์ตัวเครื่องบางเฉียบ ดูสวยน่าใช้งานสุดๆ ทางทีมงานเคยได้พรีวิวตัวเครื่องให้ชมกันไปแล้วก่อนหน้านี้ครับ เรามาลองดูว่าหลังจากใช้งานมาสักระยะนึงแล้วทั้งสองรุ่นหน้าจอเป็นอย่างไรบ้างครับ

ทีมงานได้ทดลองใช้ทั้งตัว Galaxy Tab S 8.4 และ 10.5 สองขนาดเลยครับ ซึ่งเอาจริงด้านประสิทธิภาพนั้นไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่ในเรื่องของความสะดวกในการใช้งานนั้นแตกต่างกันพอสมควรด้วยเรื่องของขนาดนั่นเอง เดี๋ยวเรามาลองดูกันครับ ก่อนอื่นมาดูสเปคเครื่องของทั้งสองรุ่นกันก่อน

Specifications Samsung Galaxy Tab S 8.4 Samsung Galaxy Tab S 10.5
2G Network 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
3G Network 850 / 900/ 1900 / 2100 MHz 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz
4G Network 800 / 900 / 1800 / 2600+850 / 2100 MHz 800 / 900 / 1800 / 2600+850 / 2100 MHz
Display Super AMOLED 8.4" 2560 x 1600 pixels Super AMOLED 10.5" 2560 x 1600 pixels
Memory RAM 3GB | ROM 16GB RAM 3GB | ROM 16GB
รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB
Chipset Exynos 5420 Octa core 1.9GHz Exynos 5420 Octa core 1.9GHz
GPU Mali-T628 MP6 GPU Mali-T628 MP6
OS Android 4.4.2 KitKat Android 4.4.2 KitKat
Camera Rear : 8MP / Autofocus / LED Flash Rear : 8MP / Autofocus / LED Flash
Front : 2.1MP Front : 2.1MP
Video 1080p @ 30fps Video 1080p @ 30fps
Connectivity WiFi / WiFi Hotspot / WiFi Direct WiFi / WiFi Hotspot / WiFi Direct
Bluetooth 4.0 / MicroUSB 2.0 Bluetooth 4.0 / MicroUSB 2.0
Battery Li-Ion 4900 mAh Li-Ion 7900 mAh

SONY DSCสเปคเหมือนกันเป๊ะเลยทีเดียว แตกต่างกันแค่หน้าจอเท่านั้น รวมถึงตัวเครื่องที่ดีเทลต่างๆ จะแตกต่างกันเล็กน้อยเช่นกันครับ เพราะตัวเครื่อง 8.4 จะเน้นการใช้งานแบบแนวตั้ง ส่วน 10.5 จะเป็นแบบแนวนอนแทน ซึ่งทั้งสองตัวถูกวางออกมาเป็นแท็บเล็ตระดับท็อป ที่สเปคสูงแบบว่าต่อกรกับ iPad ของ Apple ได้เลยครับ ส่วนใหญ่เราจะเห็นแต่แท็บเล็ตสเปคโอเคๆ หน้าจอใหญ่ใช้งานได้บนราคาไม่แพง แต่รุ่นนี้สเปคเยี่ยมเลยล่ะ

ด้านตัวเครื่อง

SONY DSCSamsung Galaxy Tab S ออกแบบมาโดยเน้นในเรื่องของความบางเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งสองขนาดนั้นมีขนาดหนาเพียง 6.6 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง แน่นอนว่าน้ำหนักก็ต้องเบาด้วย โดย Galaxy Tab S 8.4 มีน้ำหนักเพียง 296 กรัม ส่วนตัว Galaxy Tab S 10.5 น้ำหนักจะอยู่ที่ 465 กรัมครับ

Galaxy Tab S 8.4

body-001รุ่น 8.4 นั้นเน้นการใช้งานแนวตั้ง พวกฟีเจอร์ต่างๆ อย่างเลนส์กล้อง และเซ็นเซอร์ต่างๆ จะอยู่คนละแนวกับรุ่น 10.5 โดยรุ่นนี้จะมีช่องลำโพงเสียงให้สนทนาแบบบนสมาร์ทโฟนได้เลยด้วย ด้านใต้หน้าจอก็มีปุ่มควบคุมต่างๆ

body-003ตัวเครื่องนั้นบางเฉียบจริงๆ และขอบข้างจะเป็นสีทองทั้งหมด โดยรุ่น 8.4 จะมีช่องใส่ microSD และ microSIM พร้อมด้วยปุ่มพาวเวอร์กับปุ่มควบคุมเสียงอยู่ที่ด้านขวาครับ

body-004ช่องลำโพงเสียงจะอยู่ที่หัวเครื่อง และท้ายเครื่อง โดยส่วนล่างจะมีช่อง microUSB กับช่องเสียบหูฟังพร้อมรูไมโครโฟนด้วยครับ

body-005ด้านหลังก็เป็นพื้นผิวลายหนังตามสไตล์ครับ ดูหรูหราดีเลยทีเดียว ซึ่งมีเลนส์กล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช แล้วปุ่มมีสปริงที่เห็นสองปุ่มมันคือกระดุมสำหรับใส่ Flip Cover ตรงรุ่นของ Galaxy Tab S นั่นเองครับ

Galaxy Tab S 10.5

body-002รุ่น 10.5 จะไม่มีช่องลำโพงสนทนาแบบ 8.4 แต่เลนส์กล้อง กับปุ่มควบคุมต่างๆ จะยังมีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่วางฟีเจอร์ต่างๆ เป็นแนวนอนครับ ซึ่งเน้นเอาไว้ดูหนังหรือเล่นเน็ตคนละสไตล์กับ 8.4 ที่พกพาและหยิบมาใช้งานง่ายกว่า

body-006ช่องใส่ microSD และ microSIM จะอยู่บริเวณด้านขวาในมุมมองแบบแนวนอนนะครับ ซึ่งจะมีช่อง microUSB และลำโพงเสียงด้วย ส่วนด้านซ้ายจะมีช่องเสียบหูฟัง กับลำโพงอีกด้าน

body-007ด้านบนมีปุ่มพาวเวอร์กับปุ่มควบคุมเสียงอยู่ใกล้ๆ กัน ถัดมาเป็น IR สำหรับควบคุมรีโมทต่างๆ ครับ ส่วนด้านล่างจะมีช่องไมโครโฟนอยู่ แล้วดูกันชัดๆ ว่าตัวเครื่องมันบางแค่ไหน!

body-008ด้านหลังนั้นสไตล์เดียวกับรุ่น 8.4 ครับ เป็นลายหนังจุดๆ และมีเลนส์กล้องพร้อมแฟลช กับปุ่มกระดุมติด Flip Cover ตรงรุ่นนั่นเอง

body-009โดยรวมแล้ว พูดเลยว่าค่อนข้างถูกใจในเรื่องของการออกแบบตัวเครื่องในรุ่นนี้ ซึ่งส่วนตัวจะชอบ Galaxy Tab S 8.4 มากกว่า เพราะเล็กบาง พกพาง่าย เวลาจะหยิบมาใช้ทำงานมันก็สะดวกดี ซึ่งจริงๆ ก็ดูหนังได้ดีเหมือนกัน จอเล็กกว่าแต่ความละเอียดยังอัดเต็มครับ ส่วน 10.5 เนี่ยผมว่าเหมาะสำหรับดูหนัง หรือเล่นเกมส์มากกว่าครับ

หน้าจอแสดงผล

นี่ถือเป็นทีเด็ดของแท็บเล็ตรุ่นนี้เลย เพราะหันมาเลือกใช้ Super AMOLED เหมือนกับสมาร์ทโฟนเรือธงของซัมซุงที่ใช้มาโดยตลอด แน่นอนว่าหน้าจอจะสีค่อนข้างสดมากๆ และแลดูคมชัดเพราะเป็นความละเอียดแบบ WGXGA 1600 x 2560 พิกเซล จัดเต็มทุกมุมมองครับ แยกรายละเอียดการแสดงผลสีได้อย่างดีเยี่ยม

SONY DSC

แม้ว่าในรุ่น 8.4 หน้าจอจะเล็กกว่าพอสมควร แต่ก็ยังมีความละเอียดเท่ากัน ซึ่งทำให้มีพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 359ppi เลยทีเดียว (บนรุ่น 10.5 = 288ppi) ซึ่งก็สมราคาครับ สีสันค่อนข้างสดเหมาะกับการเล่นเกมส์และดูหนังสุดๆ ความสว่างก็สูงใช้ได้เช่นกัน ในขณะที่การสัมผัสหน้าจอแม่นยำไร้ที่ติ และหน้าจอยังเป็นสเกลแบบ 16:10 ซึ่งเวลาดูหนังจะไม่มีขอบดำๆ บนล่างให้เกะกะด้วย

ซอฟท์แวร์ภายใน

001

Screenshot_2014-08-25-19-59-32ทั้งคู่มาพร้อม Android 4.4.2 KitKat ครับ และตกแต่งหน้าจอ UI ต่างๆ ด้วย TouchWiz UI เวอร์ชั่นล่าสุด ที่เน้นสีสันโชว์ศักยภาพของหน้าจอ Super AMOLED แบบเต็มๆ ซึ่งตัว UI ของทั้งสองขนาดหน้าจอจะเหมือนกันเลย สเกลก็เท่ากันเพราะเป็นหน้าจอความละเอียดที่เท่ากันครับ

002 Screenshot_2014-08-25-19-27-07ฟีเจอร์อื่นๆ บน UI มีครบเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นถาดแจ้งเตือน หรือมัลติทาสก์ โดยยังมีฟีเจอร์ Multi Windows มาให้ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งรวมๆ แล้วเหมือนกับบน Galaxy S5 ครับ การทำงานก็ลื่นไหล UI เคลื่อนไหวได้รวดเร็วไม่กระตุกเลย

003ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab S นั้นยังมีเซ็นเซอร์แสกนลายนิ้วมือด้วยครับ เอาไว้ใช้ปลดล็อคหน้าจอได้เหมือนกัน ครั้งแรกจะต้องสร้างโปรไฟล์ก่อน ทำตามขั้นตอนพร้อมตั้งรหัสผ่านช่วยเหลือเอาไว้กันเหนียวด้วยครับ

ระบบการเชื่อมต่อ

ด้วยฟีเจอร์การเชื่อมต่อ ก็ถือว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะใช้ชิปเซ็ต Exynos 5420 ที่ไม่ได้คาดคิดกันว่าจะออกมารองรับ 4G LTE แบบนี้ด้วย ซึ่งสามารถใช้กับเครือข่าย 4G ในบ้านเราได้เลย ทั้งนี้ก็รองรับ 3G ทุกคลื่น ใช้กับ microSIM โดยสามารถโทรออกได้ครับ สำหรับ Tab S 8.4 สามารถโทรออกได้ด้วยตัวเอง ส่วน 10.5 จะต้องใช้หูฟัง เพราะไม่มีลำโพงสนทนาครับ

Screenshot_2014-07-23-15-03-19

อื่นๆ ก็ยังมีครบนะ Samsung Galaxy Tab S จะมี WiFi 802.11 a/b/g/n และ ac ด้วย รองรับ WiFi Direct, Hotspot รวมถึง DLNA ด้านบลูทูธเป็นเวอร์ชั่น 4.0 รองรับ A2DP และ LE ส่วน microUSB ยังเป็นแค่ v2.0 เท่านั้น จริงๆ ยังมีฟีเจอร์ Sidesync 3.0 ที่สามารถเชื่อมต่อ Samsung Galaxy เป็นหน้าจอเล็กบนหน้าจอแท็บเล็ตได้ และควบคุมได้ด้วย

004ด้านบราวเซอร์เล่นอินเตอร์เน็ตของทั้งสองขนาดหน้าจอผมค่อนข้างชอบเป็นพิเศษ ทั้งคู่ด้วยความเป็นแท็บเล็ต การทำงานของบราวเซอร์จะคล้ายบนคอมพิวเตอร์ที่สุด ซึ่งหลักๆ ที่ชอบใช้ก็คือ Google Chrome เนี่ยล่ะครับ คือบน 8.4 จะชอบใช้ในแนวตั้ง สะดวก เล่นง่าย ถือง่าย และพิมพ์ง่าย แต่บน 10.5 เล่นแนวนอนแบบชัดเต็มตา วางพิมพ์เอาได้เลย ก็แล้วแต่กิจกรรมจริงๆ ครับ ซึ่งบราวเซอร์ทำงานได้ดีเยี่ยมมาก รวดเร็วฉับไว โหลดเร็วไม่กระตุก เปิดทำงานหลายๆ หน้าต่างสบายเลย

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง

Samsung Galaxy Tab S ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมครับ ชิปเซ็ต Exynos 5420 ที่ทำงานแบบ Octa-core แบ่งหน้าที่ สลับกันทำงานได้ดีเยี่ยม เครื่องไม่ค่อยแสดงอาการกระตุกให้เห็นเลยตลอดเวลาที่ใช้งานมา อาจเพราะตัวเครื่องมี RAM 3GB ซึ่งเยอะพอการทำงานก็เป็นได้ หน่วยความจำภายในแค่ 16GB แต่เพิ่ม microSD ได้สูงสุดถึง 128GB เลยทีเดียวนะ

005ผล Benchmarks ของทั้งสองรุ่นคะแนนออกมาต่างกันนิดหน่อยสำหรับ AnTuTu ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน แต่ Quadrant Standard ทำได้พอๆ กันครับ

Screenshot_2014-08-25-20-02-00 Screenshot_2014-08-25-20-01-27ด้านการเล่นวิดีโอเนี่ยทำได้ดีมาก นอกจากหน้าจอจะแสดงผลสวย ให้สีดำลึก พร้อมแสดงรายละเอียดสีได้ดีเยี่ยม ฮาร์ดแวร์ภายในก็แรงพอตัวประมวลผลวิดีโอต่างๆ ได้รวดเร็วไม่มีกระตุก ลองเล่นกับวิดีโอ Full HD ขนาดใหญ่ๆ โหลดได้รวดเร็วเลยครับ และเล่นได้แบบไม่กระตุก เวลาเลื่อน Timeline ก็ไม่ต้องโหลดค้างนานเลย

กล้องถ่ายภาพ

SONY DSCด้านกล้องถ่ายภาพของ Samsung Galaxy Tab S 8.4 และ 10.5 เป็นตัวเดียวกันเลย คือเลนส์กล้อง 8 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อม LED Flash รองรับ Autofocus หน้าตา UI ไม่แตกต่างจากซัมซุงรุ่นอื่นๆ ซึ่งมันก็ใช้งานง่ายดี แต่การโฟกัสภาพแต่ละครั้งจะช้าหน่อย แต่ก็ทำได้ดี ฟีเจอร์โหมดการใช้งานก็ยังมีให้เลือกหลายอย่างครับ

Screenshot_2014-08-25-19-45-15มีฟีเจอร์หลากหลายตัวกล้องก็มีโหมด Auto ที่ช่วยเลือกให้ เพราะยิ่งมีมากก็ยิ่งเลือกใช้ไม่ถูก มีพวก Beauty face, Panorama, HDR (Rich tone) และ Dual camera ด้วย

Screenshot_2014-08-25-19-45-43

จริงๆ เท่าที่ลองใช้นี่ถือว่าเป็นกล้องบนแท็บเล็ตที่ดีที่สุดตัวนึงก็ว่าได้ ส่วนใหญ่แล้วกล้องบนแท็บเล็ตจะทำออกมาค่อนข้างธรรมดามาก ใช้งานจริงๆ ยังไม่ค่อยไหว แต่สำหรับรุ่นนี้คุณภาพถือว่าได้ ผมเอามาใช้ถ่ายงานตามงานแถลงข่าว แล้วสามารถอัพลงเว็บไซต์ได้เลยทีเดียว และภาพตัวอย่างจากกล้องของทั้งสองก็ไม่แตกต่างกันเลยครับลองดูเอา

ภาพตัวอย่างจากกล้อง Galaxy Tab S 8.4

20140825_163040 20140825_163115 20140825_110852

 

ตัวอย่างภาพจากกล้อง Galaxy Tab S 10.5

20140825_163229 20140825_163208

สรุปการใช้งาน Samsung Galaxy Tab S

ถือเป็นแท็บเล็ตที่ทำออกมาได้โดนใจเลยทีเดียว ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยหรูหรา บางพกพาง่าย และยังน้ำหนักเบาถือสบายอีกด้วย ส่วนซอฟท์แวร์ภายในนั้นซัมซุงก็ทำออกมาได้ดีอยู่แล้วในส่วนนี้ เสริมกับฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพที่เยี่ยมพอสมควร ทำให้ตัวเครื่องทำงานได้ลื่นไหลสมใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะในหน้า UI หรือเวลาเปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ค่อยมีปัญหา สุดท้ายยังเล่นเน็ตหรือดูหนังได้อย่างเต็มอรรถรสครับ

SONY DSCส่วนแบตเตอรี่ของทั้งสองรุ่นความจุแตกต่างกันราวๆ 3,000 mAh เลยทีเดียว โดยในรุ่น 8.4 มีความจุ 4,900 mAh ซึ่งถือว่ากำลังดี ส่วน 10.5 ก็มีความจุ 7,900 mAh จัดหนักมาให้บนตัวเครื่องที่บางโฉบเฉี่ยวอีกด้วย เท่าที่ลองใช้งานใส่ซิม 4G แบตเตอรี่ก็ยังทนทานดีครับ ชอบพกรุ่น 8.4 ไปทำงานและเล่นเน็ต ซึ่งอยู่ได้ราวๆ 7 ชั่วโมง ส่วนตัว 10.5 จะเน้นใช้งานดูหนังเป็นส่วนใหญ่ ฟิวชั่นกับหูฟังบลูทูธสเตอริโอ ดูหนังจบสองเรื่อง 4 ชั่วโมง แบตก็ยังเหลืออยู่ราวๆ 35-40% ครับ ถือว่าสอบผ่านเลย

สรุปแล้วใครอยากได้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ดีๆ เอาแบบว่าสุดและต่อกรกับ Apple iPad ได้ รุ่นนี้แหละที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนจะเป็นไซส์ไหนนั้นขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ครับ ชอบพกและหยิบใช้บ่อยๆ แบบว่าเสพย์ติดก็แนะนำ 8.4 ที่สวยพกง่าย เล่นเน็ต หรือแชทได้สะดวกด้วย ส่วน 10.5 เอาไว้เน้นดูหนัง หรือความบันเทิงอยู่ที่พักมากกว่า หรือจะใช้ทำงานเล่นเน็ตบราวเซอร์ต่างๆ ก็สะดวกไม่แพ้กัน

SONY DSCSamsung Galaxy Tab S นั้นวางจำหน่ายไปแล้ว แต่ก็ขายดีแบบไม่ธรรมดาซะด้วย โดยรุ่น Tab S 8.4 วางจำหน่ายในราคา 16,900 บาท ส่วนรุ่น Tab S 10.5 จะวางจำหน่ายในราคา 19,900 บาทครับ สนใจไปลองเล่นของจริงดูตามช้อปได้เลย ^^