[Review] Samsung Galaxy A7 มือถือดีไซน์หรู กล้องหลัง 3 ตัว ที่ขายแค่หมื่นนิดๆ

หลังจากได้เครื่องมาลองเล่นสักระยะก็ถึงเวลาที่เราจะได้มาลงถึงรายละเอียดสเปคต่างๆของ Samsung Galaxy A7 ตัวใหม่ โมเดลปี 2018 ที่พลิกโฉมความเคยชินของแบรนด์ด้วยการเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ใช้กล้องหลัง 3 ตัว เสริมทัพด้วยเลนส์ Ultra-Wide 120 องศา เสริมมุมมองการรับภาพได้กว้างกว่าเดิม

สเปคของ Samsung Galaxy A7

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 159.8 x 76.8 x 7.5 มม.หนัก 168 กรัม
  • บอดี้กระจก Corning Gorilla Glass 3 ขอบอลูมิเนียม
  • หน้าจอ Infinity Display 18.5:9 ใช้แผงจอชนิด Super AMOLED ขนาด 6.0 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,220px มีฟีเจอร์ Always on Display
  • ชิปเซต Exynos 7885 Octa-Core (2.2GHz,1.6GHz) GPU Mali-G71
  • สเปคความจุที่เข้าไทย RAM 4GB+ROM 64GB / RAM 6GB + ROM 128GB รองรับ microSD สูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า Tetra Cell 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.0 มีแฟลช LED
  • กล้องหลัง 3 ตัวประกอบด้วย
    • เลนส์หลัก 24 ล้านพิกเซล, Tetra Cell (F/1.7)
    • เลนส์ที่ติด Depth sensor 5 ล้านพิกเซล (F/2.2)
    • เลนส์ Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.4)
  • วีดีโอ Recording : FHD (1920 x 1080)@30fps / Playback : FHD (1920 x 1080)@60fps
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, NFC
  • คลื่นความถี่ที่รองรับ
    • 2G : 850,900,1800,1900
    • 3G :B1(2100),B2(1900),B4(AWS),B5(850),B8(900)
    • 4G FDD LTE : B1(2100) ,B2(1900) ,B3(1800) ,B4(AWS) ,B5(850) ,B7(2600) ,B8(900) ,B12(700) ,B13(700) ,B17(700), B20(800),B28(700),B66(AWS-3)
    • 4G: TDD LTE : B38(2600),B40(2300),B41(2500)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง และการปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3300mAh รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต microUSB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo คลุมด้วย Samsung Experience 9.0
  • สีที่วางขาย Black, Gold, Blue
  • ราคาและกำหนดการวางจำหน่ายในไทย
    • รุ่น RAM 4GB+ROM 64GB ราคา 10,990 บาท เริ่มขาย 26 ตุลาคม
    • รุ่น RAM 6GB+ROM 128GB ราคา 13,990 บาท ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่าย

ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นว่าทาง Samsung จะชอบทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆเป็นครั้งแรกกับสมาร์ทโฟนซีรีส์เรือธงไม่ว่าจะเป็น Galaxy S หรือ Galaxy Note จนมาถึงในปีนี้ที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ก็ได้ตัดสินใจที่จะปรับตัวให้ความสำคัญกับตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีกลุ่มผู้ใช้ค่อนข้างกว้างมากขึ้น จนนำมาสู่การเปิดตัว Galaxy A7 เวอร์ชั่นใหม่ที่เป็นรุ่นแรกของค่ายที่ใช้กล้องหลัง 3 ตัว

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของตระกูล Galaxy A สร้างมาเพื่อตีตลาดกลุ่มลูกค้าที่ทางแบรนด์ให้คำนิยามว่าเป็น “Generation Instagram” กลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่เน้นการถ่ายภาพแล้วแชร์ลงโซเชียลเพื่อแสดงออกไลฟ์สไตล์ของตนเอง ส่งผลให้งานดีไซน์ของทั้งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ต้องออกมาดูดีประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพก็ต้องดีพอที่จะตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้

Samsung Galaxy A7 มีบอดี้ หน้า-หลัง ที่เป็นกระจก Corning Gorilla Glass 3 ตัวขอบเฟรมใช้วัสดุอลูมิเนียมมุมโค้ง เรื่องของรอยนิ้วมือติดบนเครื่องมีมาแน่นอนแต่เช็ดออกได้ง่ายๆ ขณะที่สัดส่วนตัวเครื่อง 159.8 x 76.8 x 7.5 มม.หนัก 168 กรัม จับกำลังถนัดมือโดยที่รุ่นนี้มีขาย 3 สี ประกอบด้วย สีดำ, ทอง กับ น้ำเงิน

หน้าจอเป็น Super AMOLED ความละเอียด FHD+ (1080×2220 พิกเซล) ขนาด 6.0 นิ้ ตัวงานดีไซน์เป็นแบบไร้ขอบ Infinity Display ให้อัตราส่วนการแสดงผล 18.5:9 โดยมีพื้นที่แสดงผล 74.4% คลุมด้วยกระจก และมีฟีเจอร์ Always-on display รองรับ Multi-Touch ได้ 10 จุด

 

เหนือจอจะเป็นพื้นที่เซ็นเซอร์, ลำโพงสนทนา, กล้องหน้า และแฟลช LED ส่วนพื้นที่ขอบจอด้านล่างจะปล่อยว่างและใช้ Navigation Bar (ปุ่ม Home, Back, Recent) แบบ On-Screen สัมผัสบนหน้าจอ

ด้านหลังมีกล้อง 3 ตัวดีไซน์ในแนวตั้งชิดทางมุมซ้ายบนของเครื่องโดยมีแฟลช LED ใต้โมดูลกล้อง ขณะที่ตรงกลางหลังเครื่องก็เป็นโลโก้ Samsung

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของรุ่นนี้ถูกย้ายตำแหน่งไปอยู่ตรงขอบด้านข้างฝั่งขวาจุดเดียวกันกับปุ่ม เปิด/ปิด ถือว่าเป็นตำแหน่งที่นิ้วของผู้ใช้ไปโดนทันทีที่จับเครื่องขึ้นมาทำให้การสแกนลายนิ้วมือทำได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม นอกจากนั้นแล้วในฝั่งเดียวกันก็ยังมีปุ่มปรับระดับเสียงด้วย

ขณะที่ตัวเครื่องฝั่งซ้ายจะมีแค่ช่องใส่ซิมซึ่งรุ่นนี้ใช้แบบ Triple Slot รองรับการทำงาน Dual SIM ด้วยซิมชนิด Nano-SIM ทั้งสองซิม และมีสล็อตสำหรับใส่หน่วยความจำเสริมชนิด microSD แยกออกมาต่างหากรองรับได้สูงสุด 512GB

ขอบเครื่องด้านบนจะมีแค่ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างเป็นลำโพงหลัก, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB และชองเสียบหูฟัง 3.5 มม โดยที่มีระบบเสียง Dolby Atmos ช่วยเพิ่มคุณภาพของเสียงให้ใช้งานกัน

สเปคภายในของรุ่นนี้ใช้ชิปเซต Exynos 7885 (Octa-core 2.2 GHz Cortex-A53) ติดตั้ง GPU Mali-G71 MP2 สำหรับสเปคความจำเครื่องที่ได้มาเป็นชนิด RAM 6GB ความจุตัวเครื่อง 128GB ซึ่งเป็นโมเดลท็อปของรุ่นนี้ สำหรับตัว A7 ที่จะวางขายในไทย 26 ตุลาคมนี้จะเป็นตัว RAM 4GB + ROM 64GB

 

สเปคแบตเตอรี่อยู่ที่ 3300mAh ไม่รองรับ Fast Charge ขณะที่ระบบปฏิบัติการใช้ Android 8.0 (Oreo) คลุมทับด้วย Samsung Experience 9.0 เรื่องฟีเจอร์และการใช้งานต่างๆ รับรองคุ้นมือสาวกของแบรนด์นี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น

  • Secure Folder : ระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการ เข้ารหัสข้อมูล และแยกพื้นจัดเก็บข้อมูล
  • Multi-window : แบ่งการทำงานเป็นสองหน้าจอ
  • App Pair  : จับคู่แอปที่ใช้งานบ่อยๆไว้บนหน้าจอหลักเพื่อให้เปิดแสดงผลพร้อมกันได้สองหน้าจอ เช่น เปิดวีดีโอ และแชทพร้อมกัน
  • Dual Message : เชื่อมต่อบัญชีสังคมออนไลน์ได้ 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว
  • Game Launcher : แอปฯจัดระเบียบเกมที่มีในเครื่องมาไว้ในที่เดียวกัน พร้อมด้วยเครื่องมือปรับแต่งประสิทธิภาพของเครื่อง และฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกม
  • Bixby Home : สามารถเข้าถึงสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ Bixby จะเรียนรู้พฤติกรรมการใช้ และนำเสนอคอนเทนท์จากแอปฯต่างๆที่ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตภายในหน้าเดียว
  • Bixby Vision : ระบบค้นหาโดยใช้รูปภาพ หรือสิ่งที่เห็นภาพกล้องไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ, สถานที่, ชนิดของไวน์ โดยอิงกับฐานข้อมูลของ Pinterest หรือจะเป็นการตรวจจับข้อความในภาพ

ด้านระบบรักษาความปลอดภัยก็มีทั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และเซ็นเซอร์สแกนใบหน้า ที่จะมาเสริมระบบป้องกันพื้นฐานที่เป็น Pattern กับ Pin Lock รองรับการทำงานร่วมกับตัว Samsung Pass

สำหรับตัวเซ็นเซอร์ตามที่เปิดดูด้วยแอปฯ Sensor Box ใส่มาให้ทั้ง

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ขณะที่คะแนนการทดสอบบนแพลตฟอร์ม Benchmark ได้ออกมาดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 5329 คะแนน

  • Geekbench 4 = Single-core : 1518 คะแนน/ Multi-core : 4265  คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.0.9 = 119469 คะแนน

จากการทดสอบเล่นเกม ROV สามารถกดเปิดโหมดเฟรมเรทสูงได้โดยที่ตัวเฟรมเรทจะวิ่งที่ประมาณ 40-55fps ขณะที่เกมแนว Tactical-FPS Survial Open World ที่กินสเปกค่อนข้างสูงอย่าง PUBG Mobile ก็สามารถเล่นโดยเปิดกราฟฟิกได้สูงสุดในระดับ Hight-HD แต่ก็มีปัญหาเรื่องเกมกระตุกเหมือนกันจึงแนะนำให้ตั้งกลางๆไว้จะดีกว่า

มาถึงการถ่ายภาพกันบ้างสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีไฮไลท์ที่กล้องหลัง 3 ตัว เริ่มต้นด้วยกล้องตัวแรกซึ่งเป็นกล้องประเภท “Depth-sensing camera” หรือกล้องที่มีเทคโนโลยีเซ็นเซอร์วัดระยะหรือความลึกของวัตถุต่างๆ อันเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการทำโบเก้ในภาพความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ใช้ระบบโฟกัสแบบ Fixed Focus

 

กล้องตัวกลางจะเป็นกล้องหลักของตัว Galaxy A7 ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 และมีระบบออโต้โฟกัส จุดที่เป็นไฮไลท์ของกล้องตัวนี้คือมีเทคโนโลยี “Tetra Cell” ที่ทำงานอัตโนมัติเพื่อรวบรวมแสง เพิ่มความคมชัดและความสว่างของภาพให้เต็มทุกพิกเซลเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย

กล้องตัวสุดท้ายเป็นกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 มีการโฟกัสแบบ Fixed Focus และให้มุมมองรับภาพกว้างถึง 120 องศา ซึ่งเท่ากับมุมมองรับภาพตามระยะสายตาของมนุษย์

หน้าตาของ UI ในโหมดกล้องไม่แตกต่างมือถือของ Samsung หลายๆรุ่นที่ใช้การสไลด์จอ ซ้าย-ขวา เพื่อปรับเปลี่ยนโหมด แต่มีการเสริมไอคอนด้านล่างเหนือปุ่มชัตเตอร์เพื่อสลับกล้องหลักกับกล้องไวด์ ขณะที่ฟีเจอร์ถ่ายภาพที่เป็นตัวไฮไลท์ก็มีทั้ง

โหมด Live Focus ซึ่งเป็นการถ่ายหน้าชัดหลังละลาย เมื่อถ่ายเสร็จแล้วก็มีฟีเจอร์ให้ปรับแต่งเลือกจุดโฟกัสใหม่, ปรับระดับความเบลอ, รวมถึงมีลูกเล่น Art Bokeh ปรับเปลี่ยนตัวโบเก้แสงไฟในภาพให้ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆตามความต้องการ

อีกโหมดที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ “Scene Optimizer” กล้องอัจฉริยะที่เปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Galaxy Note9 ก่อนจะถูกยกมาใส่ในโมเดลระดับกลางเป็นครั้งแรกในตัว A-Series รุ่นใหม่ ซึ่งโหมดนี้จะวิเคราะห์ฉาก และวัตถุได้ 19 ชนิด เพื่อปรับสี และคอนทราสให้เหมาะกับวัตถุและภาพที่ถ่ายแบบอัตโนมัติ

สำหรับ Pro Mode มีให้เลือกปรับค่า EV+-2 , ISO 100-800 และ White Balance ขณะที่การบันทึกวีดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด FHD (1920 x 1080) ในอัตราเฟรมเรท 30fps และมีฟีเจอร์การถ่ายแบบ Slow Motion และ  Hyperlapse ให้ใช้งาน

มาที่ตัวกล้องหน้าของรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาถึง 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีแฟลชแบบ LED ที่สามารถปรับระดับความแรงของไฟได้ถึง 3 ระดับ และยังมีเทคโนโลยี “Tetra Cell” การรวมเซลล์พิกเซลเพื่อให้รับแสงเก็บรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งฟีเจอร์ HDR ที่ปรับแต่งภาพที่มีส่วนเปรียบต่างของ “แสง” ระหว่างความมืดและความสว่างให้อยู่ในภาพเดียวกัน

ความน่าสนใจของกล้องหน้ารุ่นนี้นอกจากจะมีโหมด Beauty หรือ Selfie Focus ให้ใช้งานกันแล้ว ก็ยัง AR Emoji หรือการสร้างตัวอีโมจีที่เป็นใบหน้าของตัวผู้ใช้เองมาให้เล่นกันด้วย

ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Samsung Galaxy A7

Samsung Galaxy A7 ปี 2018 นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนในราคาหมื่นนิดๆที่มีความน่าสนใจด้วยไฮไลท์อย่างกล้องหลัง 3 ตัว เลนส์ Ultra-Wide ที่ช่วยเพิ่มมุมมองการถ่ายรูปภาพใหม่ๆโดนใจคนชอบถ่ายวิว ขณะที่การใช้งานถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป ด้วยสเปคที่สมราคา สำหรับรุ่น RAM 4GB+ROM 64GB จะเคาะราคาที่ 10,990 บาท เริ่มวางจำหน่าย 26 ตุลาคมนี้

ส่วนรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB ราคาจะมาที่ 13,990 บาท ซึ่งยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายในไทย ใครที่ต้องการมือถือสมาร์ทโฟนดีไซน์สวยที่มีราคาไม่แพงมากและถ่ายรูปได้ดี รุ่นนี้ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์ในการใช้งานเลยทีเดียว