สำรวจกล้องหลัง 3 ตัวของ Samsung Galaxy A7 เมื่อมีเลนส์ Ultra-Wide ก็เห็นอะไรได้มากขึ้น

หลังจากที่เมื่อวันก่อนเราได้มีการพรีวิวสัมผัสเครื่องจริงของ Samsung Galaxy A7 หนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากแบรนด์ดังจากเกาหลีใต้กันไป ในวันนี้ก็ถึงคราวที่เราจะมาทำความรู้จักกับลูกเล่นการถ่ายภาพของรุ่นนี้ ในฐานะของมือถือรุ่นแรกของค่ายที่ใช้กล้องหลัง 3 ตัว

ตามที่เกริ่นกันไปตั้งแต่การพรีวิวตัวเครื่องของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของ Samsung ที่มีกล้องหลัง 3 ตัว วางเรียงเป็นแนวตั้งติดอยู่มุมบนซ้ายของเครื่อง ซึ่งกลุ่มลูกค้าของรุ่น Galaxy A7 รวมถึงรุ่น Galaxy A9 ที่เปิดตัวไป ทางค่ายได้ให้คำนิยามลูกค้ากลุ่มนี้ว่า “Generation Instagram” ที่เป็นการสื่อกลุ่มคนวัยรุ่นที่เน้นการถ่ายภาพเพื่อแชร์ในเชิงไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้งานดีไซน์ของทั้งสองรุ่นมีความสดใส และมีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ทันสมัยภายใต้ราคาที่ยังคงเข้าถึงได้ซึ่งอยู่ที่หมื่นต้นๆเท่านั้น

สำหรับ Samsung Galaxy A7 เองก็เป็นสมาร์ทโฟนซีรีส์ระดับกลางที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 3 ตัวซึ่งเรียงลำดับจากบนลงล่างและมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจดังนี้

  • กล้อง Depth sensor หัวใจของ Live Focus หน้าชัดหลังละลาย

เริ่มต้นด้วยกล้องตัวแรกซึ่งเป็นกล้องประเภท “Depth-sensing camera” หรือกล้องที่มีเทคโนโลยีเซ็นเซอร์วัดระยะหรือความลึกของวัตถุต่างๆ อันเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการทำโบเก้ในภาพ โดยที่ Galaxy A7 เองก็เป็นกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ใช้ระบบโฟกัสแบบ Fixed Focus

กล้องตัวนี้เป็นอาวุธสำคัญสำหรับการถ่ายภาพด้วยโหมด Live Focus ซึ่งเป็นการถ่ายหน้าชัดหลังละลาย
ถ่ายหน้าชัดหลังละลาย และเมื่อถ่ายเสร็จแล้วตัว Galaxy A7 เองก็มีฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งเลือกจุดโฟกัส ปรับระดับความเบลอหลังการถ่ายได้ รวมถึงมีลูกเล่น Art Bokeh ปรับเปลี่ยนตัวโบเก้แสงไฟในภาพให้ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆตามความต้องการ

  • กล้องหลัก Tetra Cell และฟีเจอร์ Scene Optimizer

ถัดมาที่กล้องตัวกลางจะเป็นกล้องหลักของตัว Galaxy A7 ที่มีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7 และมีระบบออโต้โฟกัส จุดที่เป็นไฮไลท์ของกล้องตัวนี้คือมีเทคโนโลยี “Tetra Cell” ที่ทำงานอัตโนมัติเพื่อรวบรวมแสง เพิ่มความคมชัดและความสว่างของภาพให้เต็มทุกพิกเซลเมื่อถ่ายในที่แสงน้อย

นอกจากนี้ที่ตัวกล้องยังมีฟีเจอร์ Scene Optimizer กล้องอัจฉริยะ วิเคราะห์ฉาก และวัตถุได้ 19 ชนิด เพื่อปรับสี และคอนทราสให้เหมาะกับวัตถุและภาพที่ถ่ายแบบอัตโนมัติ

สำหรับการถ่ายวีดีโอของ Galaxy A7 ก็ยังใช้กล้องตัวนี้เป็นหลักโดยที่รุ่นนี้รองรับการบันทึกวีดีโอได้ในความละเอียดสูงสุด FHD (1920 x 1080) ในอัตราเฟรมเรท 30fps และมีฟีเจอร์การถ่ายแบบ Slow Motion และ  Hyperlapse ให้ใช้งาน

  • ตัวอย่างคลิปวีดีโอในโหมด Slow Motion

  • อาวุธใหม่กล้อง Ultra Wide ขยายมุมมองรับภาพ 120 องศา เทียบเท่ากับสายตาของมนุษย์

Galaxy A7 นับว่าเป็นรุ่นแรกของ Samsung ที่มีการนำเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide มาใช้กับตัวกล้องหลัง โดยที่กล้องตัวนี้จะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 มีการโฟกัสแบบ Fixed Focus และให้มุมมองรับภาพกว้างถึง 120 องศา ซึ่งเท่ากับมุมมองรับภาพตามระยะสายตาของมนุษย์

การที่ใส่เลนส์ใหม่เข้ามาก็ทำให้ตัวหน้าตา UI ในแอปฯกล้องของ Samsung มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยโดยที่แถบด้านล่างของจอเหนือปุ่มชัตเตอร์จะมีการเพิ่มไอคอนให้ผู้ใช้แตะสลับการทำงานระหว่างกล้องหลักกับตัวกล้อง Ultra Wide ได้ แต่ตัวเลือกดังกล่าวจะขึ้นเฉพาะโหมด Auto เท่านั้น ส่วนโหมด Pro, Scene Optimizer หรือการถายในโหมด VDO ยังคงทำงานเฉพาะกับเลนส์หลัก

ด้วยเลนส์ตัวใหม่ก็ทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บบรรยากาศต่างๆที่อยู่ในภาพได้ครบมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องขยับถอยห่างออกจากจุดที่ต้องการถ่าย

อีกจุดหนึ่งที่ไม่พูดถึงเลยก็คงไม่ได้ก็คือตัวกล้องหน้าของรุ่นนี้ซึ่งให้ความละเอียดมาถึง 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีแฟลชแบบ LED ที่สามารถปรับระดับความแรงของไฟได้ถึง 3 ระดับ และยังมีเทคโนโลยี “Tetra Cell” การรวมเซลล์พิกเซลเพื่อให้รับแสงเก็บรายละเอียดได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งฟีเจอร์ HDR ที่ปรับแต่งภาพที่มีส่วนเปรียบต่างของ “แสง” ระหว่างความมืดและความสว่างให้อยู่ในภาพเดียวกัน

ความน่าสนใจของกล้องหน้ารุ่นนี้นอกจากจะมีโหมด Beauty หรือ Selfie Focus ให้ใช้งานกันแล้ว ก็ยัง AR Emoji หรือการสร้างตัวอีโมจีที่เป็นใบหน้าของตัวผู้ใช้เองมาให้เล่นกันด้วย ซึ่งปกติแล้วฟีเจอร์นี้เรามักจะได้เห็นกันในรุ่นเรือธงของ Samsung

  • ตัวอย่างภาพจากกล้องหลังของ Samsung Galaxy A7

จากที่ลองใช้มาได้ 3-4 วันพบว่าตัวกล้องของ Samsung Galaxy A7 สามารถจัดการเรื่องของระบบ HDR ได้ดีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ขณะที่การถ่ายภาพด้วยเลนส์ Ultra-Wide ตัวกล้องเองก็มีการจัดการกับตรงขอบของภาพที่จะเป็นส่วนที่โค้งงอ (Distortion) ได้อย่างยอดเยี่ยมโดนใจคนที่ชอบถ่ายตึก ถ่ายวิว อย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องการจัดการสีและความคมชัดของภาพก็ทำได้ดีทั้งการถ่ายในที่สว่างหรือในที่แสงน้อย โดยเฉพาะตอนที่เปิดโหมด Scene Optimizer เข้ามาช่วย ทว่าฟีเจอร์ดังกล่าวสังเกตได้ว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลงเมื่อเจอกับสภาพแสงน้อย ซึ่งส่งผลต่อการจับโฟกัสของกล้อง

ปัจจุบัน Samsung Galaxy A7 ได้ประกาศราคาในไทยเป็นที่เรียบร้อยโดยที่รุ่น RAM 4GB+64GB ราคา 10,990 บาท ขณะที่ RAM 6GB+128GB ราคา 13,990 บาท รุ่น RAM 4GB เปิดพรีออเดอร์ 18-25 ตุลาคม 61พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็น ฟรี MicroSD Card 64 GB ฟรี ประกันจอแตก 1 ปี รวมทั้งผ่อน 0% นาน 10 เดือนและมีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 26 ตุลาคมนี้ ส่วน RAM 6GB ยังไม่ประกาศวันวางจำหน่าย

สเปคของ Samsung Galaxy A7

  • สัดส่วนตัวเครื่อง 159.8 x 76.8 x 7.5 มม.หนัก 168 กรัม
  • บอดี้กระจก Corning Gorilla Glass 3 ขอบอลูมิเนียม
  • หน้าจอ Infinity Display 18.5:9 ใช้แผงจอชนิด Super AMOLED ขนาด 6.0 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,220px มีฟีเจอร์ Always on Display
  • ชิปเซต Exynos 7885 Octa-Core (2.2GHz,1.6GHz) GPU Mali-G71
  • สเปคความจุที่เข้าไทย RAM 4GB+ROM 64GB / RAM 6GB + ROM 128GB รองรับ microSD สูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า Tetra Cell 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง F/2.0 มีแฟลช LED
  • กล้องหลัง 3 ตัวประกอบด้วย
    • เลนส์หลัก 24 ล้านพิกเซล, Tetra Cell (F/1.7)
    • เลนส์ที่ติด Depth sensor 5 ล้านพิกเซล (F/2.2)
    • เลนส์ Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F/2.4)
  • วีดีโอ Recording : FHD (1920 x 1080)@30fps / Playback : FHD (1920 x 1080)@60fps
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4G+5GHz, Bluetooth 5.0, NFC
  • คลื่นความถี่ที่รองรับ
    • 2G : 850,900,1800,1900
    • 3G :B1(2100),B2(1900),B4(AWS),B5(850),B8(900)
    • 4G FDD LTE : B1(2100) ,B2(1900) ,B3(1800) ,B4(AWS) ,B5(850) ,B7(2600) ,B8(900) ,B12(700) ,B13(700) ,B17(700), B20(800),B28(700),B66(AWS-3)
    • 4G: TDD LTE : B38(2600),B40(2300),B41(2500)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยสแกนลายนิ้วมือด้านข้าง และการปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3300mAh รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต microUSB
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo คลุมด้วย Samsung Experience 9.0
  • สีที่วางขาย Black, Gold, Blue
  • ราคาและกำหนดการวางจำหน่ายในไทย
    • รุ่น RAM 4GB+ROM 64GB ราคา 10,990 บาท เริ่มขาย 26 ตุลาคม
    • รุ่น RAM 6GB+ROM 128GB ราคา 13,990 บาท ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่าย