ชนกันเบาๆ Samsung Galaxy Note 3 VS LG G2

G2069
ช่วงนี้แบรนด์ Smartphone ใหญ่ๆกำลังไล่เปิดตัวรุ่นท็อปของตัวเองกันยกใหญ่ ซึ่งจากแดนเกาหลีเองก็มีมาทั้ง 2 แบรนด์ยักษ์เลยก็คือทั้ง LG ที่เปิดตัว LG G2 มาตีตลาดบน ต่อกันด้วย Samsung ที่เปิดตัว Galaxy Note 3 ออกมาเขย่าตลาดหน้าจอใหญ่กันอีกรอบ จะว่าไปทั้ง 2 แบรนด์นี้ก็เป็นเพื่อนบ้านกัน และเราต่างก็รู้กันดีว่าทั้ง 2 แบรนด์มีความแตกต่างกันแย่างไร แต่วันนี้เนื่องจากโอกาสดีที่มี Galaxy Note 3 และ G2 ด้วยกัน ก็เลยจับมาชนกันซะเลย

ในความจริงแล้วทั้ง 2 รุ่นนี้มันไม่ได้เกิดมาชนกันจริงๆจังๆ เพราะ LG G2 น่าจะไปชนกับ Samsung Galaxy S4 มากกว่า เนื่องจากทาง Samsung ได้มาการปรับลงราคามาใกล้เคียงกันแล้ว งานนี้ก็เลยขอเทียบโดยอาศัยเกณฑ์ว่ามันเปิดตัวมาพร้อมๆกัน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดเหมือนกัน ซึ่งมันจะเป็นยังไงนั้นไปต่อกันเลยครับ
วัสดุและการออกแบบ
G2072
ทั้ง 2 เครื่องดูเหมือนว่าจะมีความแตกต่างกันของวัสดุ แต่ในควาจริงแล้ว วัสดุของทั้ง 2 รุ่นนี้ไม่ต่างกันเลย โดยฝาหลัง Samsung Galaxy Note 3 นั้นความจริงแล้วคือพลาสติก ที่อัดออกมาเป็นเหมือนกับหนัง โดยมีการเคลือบสรที่ทำให้ตัวพลาสติกหนืด ผิวสัมผัสเหมือนกับหนังนั่นเอง แต่ถ้าเรามองอย่างเดียวจะเห็นเลยว่า Galaxy Note 3 เหมือนกับใช้หนังเป็นฝาหลังจริงๆ แถมความรู้สึกในการสัมผัสก็ยังเหมือนกับหนังจริงๆ ดังนั้นไม่แปลกอะไรที่มันดูน่าสนใจกว่า LG G2 ที่ทำออกมาเป็นพลาสติกธรรมดารอบๆเครื่อง
G2073
G2082
การออกแบบเครื่องทาง Samsung มีการวางให้ Galaxy Note 3 นั้นเป็นเหมือนกับสมุดโน้ตสมัยก่อนจริงๆ ที่มีหน้าปกเป็นหนัง และจะเห็นชัดเลยว่าขอบเครื่องด้านข้างมีการทำเป็นลายเส้นเสมือนกับว่าเป็นสันของหนังสือที่จะเห็นขั้นของกระดาษ นั่นเอง แถมการออกแบบโดยรวมก็ยังเน้นให้เครื่องออกมาเหลี่ยมขึ้น อารมณ์เดียวกับ Galaxy S2 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้มันมีความคล้ายคลึงกับสมุดโน้ตที่มีทรงเหลี่ยมนั่นเอง
G2055
G2088
ทางฝาก LG G2 ดูเหมือนจะมีทีเด็ดในการออกแบบไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน เพราะเป็นการออกแบบที่เขาบอกเลยว่าเขา “Learning from you” ส่งผลให้เครื่องมีปุ่มต่างๆที่แปลกประหลาดเพราะไปอยู่ด้านหลังเครื่องกันหมด ไม่ว่าจะเป็น Power หรือปรับเสียง ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกเรียกว่า Rear Key ที่มีจุดเด่นก็คือการกดปุ่มที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนนิ้วไปมาระหว่างข้างเครื่องกับด้านหลังเครื่อง ซึ่งเท่าที่ลองดูพบว่ามันกดง่ายขึ้นจริง ถือว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างดี นอกจากเรื่องปุ่มแล้วทาง LG ยังออกแบบให้ขอบหน้าจอเครื่องเหลือขอบบางแค่ 2.65 มม. เท่านั้น ต้องบอกเลยว่าใช้พื้นที่เครื่องคุ้มจริงๆ ส่งผลให้ได้เครื่องที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 5.2 นิ้ว แต่ขนาดเครื่องที่ไม่ใหญ่มาก จับได้ค่อนข้างถนัด ทำให้เรื่องการออกแบบน่าจะยกให้ LG G2 เค้าจริงๆ
หน้าจอ
G2112
หน้าจอของทั้ง LG G2 และ Samsung Galaxy Note 3 นั้นเป็นความละเอียดแบบ Full HD ทั้งคู่และมีจำนวนความหนาแน่นพิกเซลต่อนิ้วที่สูงพอๆกันทั้งคู่ทำให้การมองตัวหนังสือหรือ icon ต่างๆทำได้ค่อนข้างเนียนและสวยมากครับ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ 2 รุ่นนี้แตกต่างกันก็คือเรื่องของชนิดหน้าจอที่ใช้งาน
G2120
ฝั่ง Samsung เองยังคงเลือกหน้าจอ Super AMOLED มาใช้งานบน Galaxy Note 3 ว่ากันตรงๆก็คือสีต่างๆจะค่อนข้างสดและอมฟ้าหน่อยๆ ทำให้การแสดงผลภาพอาจจะไม่สมจริงเท่าไรแต่มีสีสันที่ฉูดฉาดทำให้มองแล้วสวยงาม ซึ่งชอบไม่ชอบยังไงคงต้องไปลองมองกันดูครับ สำหรับเรื่องการประหยัดพลังงานหากไม่ใช้งานบ่อยจะประหยัดมากกว่าฝั่ง LCD แต่ถ้าใช้งานมากๆก็จะกินพลังงานมากกว่าอีกฝั่งครับ
G2123
ฝั่ง LG มาพร้อมหน้าจอ LCD ที่ทางบริษัทผลิตเองในชื่อว่า True HD-IPS LCD ซึ่งมีจุดขายก็คือการแสดงผลสีที่สมจริงและหน้าจอค่อนข้างชัดใส เหมาะกับคนที่ชอบมองภาพที่มีสีสันสดใสสมจริงไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ส่วนอัตราการกินพลังงานหากใช้งานบ่อยก็จะกินไฟพอสมควรและถ้าไม่ใช้งานก็จะประหยัดไปแต่น้อยกว่าอีกฝั่งครับ
Software
G2134
ความพร้อมของ Software ทั้ง 2 รุ่นนี้ เท่าที่ลองใช้มาสัปดาห์เศษๆพบว่าปัญหาไปตกที่ Samsung Galaxy Note 3 ที่มีอาการค้างหน้าจอกดไม่ติดบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นตอนใช้งานฟังก์ชันโทรศัพท์ อาการคือ ไม่สามารถลากเพื่อรับสายได้ ซะงั้น แต่ถ้าไม่นับปัญหานี้ต้องบอกว่าเป็นเครื่องที่มีความพร้อมของ Software ค่อนข้างดีเครื่องนึงเลยทีเดียว ทำงานได้ค่อนข้างเร็วและไม่มีค้างหน่วงจนน่าลำรำคาญเหมือนที่เคยเจอบน Galaxy S4 ช่วงแรกๆครับ
G2117
สำหรับฝั่ง LG G2 นั้นไม่พบปัญหาอะไรเลยตัว Software ค่อนข้างเสถียรดี ทั้งการใช้งานทั่วๆไปหรือเล่นเกม รวมถึงความสามารถ Gesture ต่างๆอย่าง KnockOn ที่ทำให้ผมใช้งาน Smartphone ได้ง่ายขึ้นเยอะ แต่ที่ผมติดก็คือความสามารถ Slide Aside นี่แหละผมว่ามันใช้งานยากไปหน่อย ปัด 3 นิ้วบางทีไม่ค่อยมาหรือบางทีกลายเป็นการซูมเข้าบ้าง
กล้องถ่ายภาพและวีดีโอ
G2142
ว่ากันด้วยเรื่องกล้องภ่ายภาพและวีดีโอของทั้ง 2 รุ่น ตรงนี้บอกเลยว่าทาง LG G2 มีอะไรให้เล่นแล้วเห็นภาพมากกว่า ด้วยเทคโนโลยี OIS ที่เป็นระบบกันสั่นของภาพไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือวีดีโอ เท่าที่ทดสอบดูสามารถทำได้ค่อนข้างดีมากๆเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Audio Zoom ระหว่างถ่ายวีดีโอ โดยจะเป็นการโฟกัสเก็บเฉพาะเสียงที่เราต้องการตามจุดได้นั่นเอง ถือว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว
G2138
ฝั่ง Samsung Galaxy Note 3 ว่ากันตรงๆคือเอา Galaxy S4 มาใส่ทั้งหมดแต่เพิ่มฟังก์ชันอย่างการ Freeze ภาพ Dual shot ค้างตำแหน่งไว้ได้ขณะเลื่อนเปลี่ยนมุม หรือจะเป็นโหมดกอล์ฟที่ใช้ถ้ายแล้วสามารถวัดความเร็ววงสวิงได้ นอกนั้นโหมดเดิมๆยังมีอยู่ครบเครื่อง ส่งผลให้ในภาพรวมมันไม่มีอะไรใหม่มากนัก
G2156
เรื่องของคุณภาพ จากที่ทดสอบคร่าวๆพบว่า LG G2 ถ่ายภาพได้ดีขึ้นจาก LG Optimus รุ่นก่อนๆทั้งหมด โดยภาพที่ออกมาค่อนข้างละเอียดและคมมากกว่าเดิมเยอะ แต่ข้อเสียของมันก็คือเวลาถ่ายในที่แสงน้อยภาพจะออกมามัวๆเหมือนเป็นภาพวาดสีน้ำมันยังไงพิกลและยังปรับแสงในการถ่ายที่มืดได้ไม่ค่อยดีครับ ส่วน Samsung Galaxy Note 3 ถึงแม้ไม่มีอะรใหม่แต่ภาพถ่ายที่ได้ต้องบอกว่าดีมากทั้งกลางวัน กลางคืน โหมดต่างๆใช้ได้จริงและถ่ายภาพโดยรวมดีกว่า LG G2 เล็กน้อยครับ โดยเฉพาะเวลากลางคืน
ระบบเสียง
G2160
เท่าที่ได้ลองฟังดูคร่าวๆผ่านลำโพง เสียงของ LG G2 และ Samsung Galaxy Note 3 ยังไม่ค่อยต่างกัน เสียยังค่อนข้างมี Noise เยอะพอสมควร และถ้าลองใส่หูฟังดูพบว่าเสียของทั้ง 2 เครื่องนั้นก็ไม่ค่อยแตกต่างกันอีก เสียงทุ้มใช้ได้ระดับนึง แต่ยังแยกชั้นเสียงไม่ค่อยออก Noise มีบ้างเล็กน้อย ที่แตกต่างก็คือจะเป็นเรื่องของโหมดที่ทาง LG G2 มีให้เลือกปรับเน้นเสียงในแต่ละแบบได้ ซึ่งทาง Galaxy Note 3 เองก็ไม่ได้น้อยหน้าเพราะมี SoundAlive มาให้ปรับโน่นนี่เหมือนกัน
แบตเตอรี่
G2163
เรื่องแบตเตอรี่เท่าที่ได้ทดสอบใช้งานทั้งคู่แล้วลองเทียบกันพบว่า LG G2 ประหยัดแบตเตอรี่มากพอสมควรและเครื่องไม่ร้อนเท่า Galaxy Note 3 ครับ
Benchmark
G2169
จากตัวเลขจะเห็นว่าของ Samsung Galaxy Note 3 สูงกว่าของ LG G2 ครับ แต่ว่าไม่ห่างกันมาก ซึ่งตรงนี้อาจจะยังวัดอะไรไม่ได้นักเพราะว่า ช่วงนี้มีข่าวหนาหูว่ามีบางแบรนด์ได้ใช้วิธีบางอย่างเพื่อโกงคะแนน Benchmark ดังนั้น อันนี้ก็ดูไว้แค่เป็นข้อมูลละกันครับ
สรุป
จะเห็นได้ชัดว่าทั้ง 2 รุ่นนี้มีความใกล้เคียงกันในแง่ของ Spec เครื่อง แต่อย่างที่กล่าวไปแต่แรกว่า Galaxy Note 3 อาจจะไม่ใช่คู่แข่งของ LG G2 โดยตรงเพราะ คนที่ชนจริงๆคือ Galaxy S4 เพราะว่ากันตรงๆในแง่ความสามารถ Samsung Galaxy Note 3 นั้นเหนือกว่าเพราะมีปากกา S Pen ที่ทำอะไรได้อีกเยอะแยะมากมาย รวมถึงมี Galaxy Gear เสริมบารมีอีกนิดหน่อย ดังนั้นผมขอสรุปสั้นๆง่ายๆว่า LG G2 เหมาะกับคนที่กำลังหา Smartphone รุ่นท็อปสไตล์ใหม่ๆที่ไม่เหมือนใคร ด้วยความสามารถไม่แพ้ใครนำสมัย Smartphone ในยุคนี้
ส่วน Galaxy Note 3 คือส่วนต่อยอดของ Note 2 ที่น่าจะมาเติมเต็มผู้ใช้ Galaxy Note รุ่นแรกหรืออาจจะรุ่นที่ 2 ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆก็ไม่ได้ต่างมากนักในแง่ความสามารถ แต่ส่วน Spec นั้นมีการอัพเกรดขึ้นมาพอสมควรครับ งั้นขอฝากไว้เท่านี้ไว้เจอกันไหมในบทความหน้าครับ