[Preview] Samsung Galaxy Note9 เพิ่มความสามารถ S-Pen คุมทุกอย่างผ่านบลูทูธ

การบ้านของ Samsung ในรอบนี้สำหรับผลิตภัณ์ฑตระกูล Note ถือหนักพอตัว หลังจากที่มีการอัปเดตฟีเจอร์แบบ Major Change ไปแล้วเมื่อตอนออก Galaxy Note8 ออกมาเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบน Note7 จนทำให้ผู้ใช้งาน Note ซีรีส์ ก่อนหน้านี้เปลี่ยนมาใช้ Note 8 กันหมดแล้ว

แน่นอนว่า ถ้าฟีเจอร์ของ Note9 ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนจาก Note8 มากนัก Samsung ก็จะเสียโอกาสสำคัญให้แก่กลุ่มแฟน Note ที่ถือได้ว่าเป็นกลุ่มเฉพาะที่ต้องการใช้งานปากก S-Pen จริงๆไป ดังนั้น คราวนี้ Samsung จึงงัดไม้เด็ดที่ออกมาเพิ่มความสามารถของ S-Pen เป็นหลัก

สเปคของ Samsung Galaxy Note9 รุ่นวางจำหน่ายในไทย

– หน้าจอ Infinity Display ที่ใช้ Super AMOLED 6.4” Quad HD+
– Samsung Exynos 9810 Octa-core (Quad Core 2.7 GHz + Quad Core 1.7 GHz) 10nm
– GPU Mali G72 MP18
– RAM 6/8 GB ROM 128/512 GB รองรับ Micro SD สูงสุด 512 GB
– Android 8.1 Oreo Samsung Experience 9.0
กล้องหลัก Dual Camera Super Speed Dual Pixel 12MP OIS f/1.5-f/2.4 + 12 MP OIS f2.4 LED Flash
– กล้องหน้า 8MP f/1.7
– แบตเตอรี่ 4,000 mAh
– รองรับ Fast Charging, Fast Wireless Charging
– รองรับ 4G LTE Cat 18, 6CA, DL 1.2 Gbps UL 2CA 200 Mbps , Dual SIM (Hybrid Slot), NFC
– สแกนใบหน้า (Face Recognition) สแกนม่านตา (Iris Scanner) สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint)
– ขนาดเครื่อง 161.9 x 76.4 x 8.8 มิลลิเมตรน้ำหนัก 201 กรัม
– ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68 กันน้ำลึกสูงสุงไม่เกิน 1.5 เมตร นานไม่เกิน 30 นาที
– มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีโอเชี่ยนบลู (Ocean Blue) ที่มาพร้อมกับ S Pen สีเหลือง, สีเมทัลลิก คอปเปอร์ (Metallic Copper) และสีมิดไนท์ แบล็ค (Midnight Black)
– รุ่น 6/128 GB ราคา 33,900 บาท
– รุ่น 6/512 GB ราคา 39,900 บาท

อย่างที่บอกไปว่าใน Note9 จุดเปลี่ยนหลักๆที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุดคือเรื่องของ S-Pen ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้เชื่อมต่อ Bluetooth กับตัวเครื่อง Note9 ดังนั้น รูปแบบการใช้งานที่ได้ก็จะมีความหลากหลายมากขึ้น

โดยตัวอย่างที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ การใช้ S-Pen มาเป็นปุ่มกดชัตเตอร์กล้อง กรณีที่เชื่อมต่อ Note9 ไว้กับขาตั้งกล้อง หรือวางพิงไว้ เพื่อใช้ในการถ่ายภาพ ถัดมาคือใช้ S-Pen เพื่อคุมการเล่นเพลง อย่างการกดเล่นหยุด / กดเปลี่ยนเพลง นอกจากนี้ ยังมีการใช้ S-Pen ขณะที่เปิดไฟล์ Presentation ที่ใช้ปุ่มกดเพื่อเปลี่ยนสไลด์ เปลี่ยนรูป เลื่อนหน้าเว็บ

แน่นอนว่าในช่วงแรกความสามารถในการใช้ S-Pen สั่งงานอาจจะมีข้อจำกัด แต่เชื่อว่าในอนาคตเมื่อนักพัฒนามีการเพิ่มชุดคำสั่งเข้าไปให้รองรับการสั่งงานด้วย S-Pen ในแอปก็จะช่วยทำให้การใช้งาน S-Pen ที่เชื่อมต่อกับบลูทูธหลากหลายมากขึ้นแน่นอน

ส่วนการใช้งาน S-Pen ทั้งในแง่ของการรองรับแรงกดเป็น 4,096 ระดับ เมื่อใช้งานคู่กับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ช่วยทำให้รู้สึกเหมือนใช้ปากกาจดลงบนกระดาษ ถือเป็นสิ่งที่ถูกปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้นเล็กน้อยจากในรุ่น Note8

เช่นเดียวกับ การใช้งาน S-Pen เพื่อจดโน้ตทันทีที่ถอดปากกา (Screen off-memo) วาดภาพ ส่ง Live Message หรือสั่งงานต่างๆในเครื่อง อย่างการทำแถบดำเพื่อแปลภาษา (Translate) การวาดกรอบเพื่อครอบภาพ (Smart Select) เขียนบนหน้าจอ (Screen write)

ถัดมาในแง่ของความสามารถกล้อง ที่มีการนำเลนส์ชุดเดียวกับใน Galaxy S9+ มาใช้งาน คือกล้องคู่ที่เลนส์มุมกว้างสามารถปรับรูรับแสง ระหว่าง f/1.5 และ f/2.4 ก็ยังคงความโดดเด่นอยู่เช่นเดิม โดยทางทีมงาน mxphone ได้มีการเจาะลึกรายละเอียดของโหมดกล้องไว้เพิ่มเติม

กลับมาที่ในแง่ของการออกแบบตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note9 ในภาพรวมแล้วจะมีดีไซน์ใกล้เคียงกับ Note 8 เพียงแต่จุดที่แตกต่างกันก็จะมีเรื่องของขอบจอบนล่างที่แคบลง ในขนาดหน้าจอ 6.4 นิ้ว แบบ Infinity Display ความละเอียด QHD+ ที่ขอบจอ จะมีความแบนมากกว่าใน S9+ เพื่อให้ใช้ปากกาเขียนได้พื้นที่มากกว่า

หลังเครื่องก็เป็นอีกจุดที่มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของเลย์เอาท์ ที่หันมาใช้การวางกล้องคู่แนวนอน ตามด้วยไฟแฟลข และเซ็นเซอร์ HR โดยย้ายจุดสแกนลายนิ้วมือลงมาอยู่ล่างกล้องเช่นเดียวกับใน S9+ หลังจากที่ได้ฟีดแบคของลูกค้าใน Note 8 ที่เวลาสแกนลายนิ้วมือชอบไปโดยเลนส์กล้องทำให้เป็นรอยนิ้วมือบ่อยๆ

ที่เหลือรอบๆเครื่องทางซ้ายจะมีปุ่มเพิ่มลดเสียง กับปุ่มเรียกใช้งาน Bixby ทางขวาเป็นปุ่มเปิดเครื่อง ส่วนบนเครื่องจะเป็นช่องใส่ถาดแบบไฮบริดที่เลือกได้ระหว่างใส่ 2 นาโนซิมการ์ด หรือเลือกใส่ 1 ซิม และไมโครเอสดีการ์ดสูงสุด 512 GB

พอร์ตเชื่อมต่อหลังๆ ทั้งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. USB-C ช่องลำโพง และที่อยู่ของปากกา S-Pen ก็ยังคงอยู่ที่ล่างเครื่องตามปกติ โดยปลายด้ามของ S-Pen จะสามารถกดเพื่อใช้เป็นจุดดึงปากกาออกมาเช่นเดิม

ชิปเซ็ตที่นำมาใช้ใน Note 9 จะเป็น Exynos 9820 ที่เป็น Octa Core (Quad Core 2.9 GHz + Quad Core 1.9 GHz) มีการเพิ่ม RAM เริ่มต้นที่ 6 GB กับ 8 GB ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องอยู่ที่ 128 GB / 512 GB

ส่วนแบตเตอรีที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 4,000 mAh ทาง Samsung การันตีว่าช่วยให้ไม่ต้องกังวลว่าแบตฯ จะหมดระหว่างวัน ยิ่งเมื่อเทียบกับ Note8 ที่แบตเตอรีอยู่ที่ 3,300 mAh ทำให้ระยะเวลาใช้งานบนแบตเพิ่มขึ้นแน่นอน

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง Samsung Galaxy Note9 ประกอบไปด้วยตัวเครื่อง เคสใส หูฟัง AKG อะเดปเตอร์ชาร์จไฟ สาย USB-C ตัวแปลงพอร์ต USB-C และที่คีบหัวปากกา

สำหรับรายละเอียดฟีเจอร์ที่เหลือของ Samsung Galaxy Note9 ติดตามได้ใน Review ฉบับเต็มเร็วๆ นี้

ส่วนผู้ใช้ที่กังวลเรื่องของกระจกหน้าจอ ว่าพอเป็นเครื่องรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาด และพร้อมขายทันทีแบบนี้ ตอนนี้ทาง Focus มีฟิล์มกระจกกันรอยกาวเต็ม 3D Full Stick ติดแล้วสวยงาม ปกป้องได้เต็มพื้นที่หน้าจอ ทัชลื่นใช้งานง่าย และสามารถใช้งานคู่กับเคสได้เป็นอย่างดี สำหรับรุ่น Samsung Galaxy Note9 ออกมารองรับโดยเฉพาะเรียบร้อยแล้ว