สมการรอคอย!! มาแล้ว Samsung Galaxy Note9 มี S Pen ตีบวกใช้เป็นรีโมทได้

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Samsung Galaxy Note9 เรือธงรุ่นครึ่งปีหลังจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ ที่มาพร้อมกับสเปคที่เหนือกว่ารุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังแบบคู่ที่ปรับระดับรูรับแสงได้และตัวปากกา S-Pen ก็เพิ่มฟีเจอร์ให้สั่งงานเครื่องในระยะไกลด้วยการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth

Galaxy Note9 มากับจอดีไซน์ Infinity Display อัตราส่วน 18.5:9 ชนิดจอเป็น Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดQuad HD+ (1440 x 2960 พิกเซล) รองรับมาตรฐาน HDR-10 และมีฟีเจอร์ Always-on display โดยที่ตัวหน้าจอคลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 บอดี้รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP68

ชิปประมวลผลของรุ่นนี้สำหรับเวอร์ชั่นที่วางตลาดทั่วไปเป็น Exynos 9810 ประมวลผลแบบ Octa-core (4×2.7GHz Mongoose M3 & 4×1.8GHz Cortex-A55) สเปค GPU Mali-G72 MP18 ประสิทธิภาพด้าน CPU ของ Note9 จะดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน 33% ขณะที่ GPU จะเหนือกว่า23%

สเปค RAM 6GB+ROM 128GB และ RAM 8GB+512GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD Card ได้สูงสุด 512GB สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยแน่นอนว่ามีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปรับตำแหน่งให้ลงมาอยู่ใต้กล้องหลัง พร้อมด้วยระบบ Iris Scanner

ด้านระบบเสียงใช้ลำโพงคู่สเตอริโอที่ปรับจูนเสียงโดย AKG รองรับระบบเสียง Dolby Atmos คุณภาพเสียงระดับ 32-bit/384kHz ขณะที่แบตเตอรีของรุ่นนี้ให้มาเพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันด้วยความจุ 4,000mAh รองรับ Quick Charge 2.0 และชาร์จไร้สาย Qi/PMA Wireless Charging

กล้องนั้นจะเป็นโมดูลเดียวกันกับ Galaxy S9+ คือเป็นกล้องคู่ ประกอบด้วยกล้องหลักเลนส์ไวด์ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงปรับสลับได้ระหว่าง f/1.5-f/2.4 ส่วนกล้องอีกตัวจะเป็นเลนส์เทเลความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงคงที่ f/2.4 มีระบบกันสั่น OIS ทั้งสองกล้อง และที่น่าสนใจคือกล้องหลังของรุ่นนี้ฉลาดมากขึ้นด้วยความสามารถในการตรวจจับซีนที่ถ่ายได้ถึง 20 ประเภทเพื่อปรับแต่งสีและความคมชัดรวมถึงจุดบกพร่องต่างๆอาทิเช่น รอยเปื้อนบนเลนส์กล้อง หรือตรวจพบว่าแบบมีการกระพริบตา ขณะที่กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.7

ตัวปากกา S Pen ของ Galaxy Note9 รองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ และที่เป็นไฮไลท์เลยคือรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบ Bluetooth 4 เพื่อใช้งานในการสั่งการสมาร์ทโฟนจากระยะไกล อาทิเช่น ใช้กดชัตเตอร์กล้องได้ หรือใช้เปลี่ยนสไลด์พรีเซ็นท์ได้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า ซึ่ง Samsung จะเปิดให้นักพัฒนาสร้างสรรค์ระบบนี้ให้ใช้กับแอปพลิเคชั่นอื่นๆได้อีกในอนาคต โดยที่ตัวปากกาจะชาร์จโดยการเสียบกลับเข้าตัวเครื่องโดยใช้เวลาในการชาร์จเพียง 40 วินาที ใช้ได้นาน 30 นาที

ขณะที่การใช้งานในโหมด DeX ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ผ่านแท่นด็อคอีกต่อไปแต่ใช้ตัวอะแดปเตอร์ HDMI เพียงเส้นเดียวต่อกับจอมอนิเตอร์ก็ใช้งานได้เลย ขณะที่ตัวหน้าจอของสมาร์ทโฟนก็ยังคงทำงานได้ตามปกติ

Bixby ในตัว Galaxy Note9 จะเป็น AI ที่มีการปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับตัวผู้ใช้มากขึ้น และทาง Samsung ก็มีการทำงานกับพาร์ทเนอร์มากขึ้นเพื่อให้ Bixby จัดการให้กับผู้ใช้ผ่านแอปฯต่างๆได้อย่างลื่นไหล

สำหรับสีที่จะวางจำหน่ายมี 4 สี ประกอบด้วย น้ำเงิน (Ocean Blue), ทองแดง (Metallic Copper), ดำ (Midnight Black) และม่วง (lavender purple) ส่วนราคาต่างประเทศรุ่น RAM 6GB+ROM 128GB อยู่ที่ 999 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 33,000 บาท ส่วนรุ่น RAM 8GB+ROM 512GB ราคา 1,250 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 41,500 บาท พร้อมวางจำหน่าย 24 สิงหาคมนี้แน่นอน

ในส่วนของประเทศไทยจะมีเข้ามาขาย 3 สี ประกอบด้วย น้ำเงิน (Ocean Blue), ทองแดง (Metallic Copper) และ ดำ (Midnight Black) สเปคเป็นตัว RAM 6GB+ROM 128GB สนนราคาที่ 33,900 บาท

ความพิเศษสำหรับชาวเกมเมอร์ที่ใช้ Samsung Galaxy Note9 คือจะได้เล่นเกม Fortnite Mobile ที่ติดตั้งมาให้พร้อมเล่นในเครื่องพร้อมด้วยสกิลพิเศษที่มีให้เฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น นอกจากนี้ทาง Samsung ยังมีการทำงานร่วมกับ Spotify บริการฟังเพลงดิจิทัลเพื่อให้ทำงานข้ามโปรดักซ์ต่างๆที่เป็นของ Samsung ได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด และมีแผนที่จะเข้าไปอยู่ในตัวอุปกรณ์ทุกตัวที่เป็นของ Samsung