สัมผัส Samsung Galaxy S10 / S10+ กองทัพเรือธงแห่งทศวรรษ

เปิดตัวกันแล้วสำหรับ Samsung Galaxy S10 สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นแรกของปี 2019 จากค่าย Samsung ซึ่งมีออกมาทั้ง Galaxy S10, Galaxy S10e และ Galaxy S10+ ซึ่งตอนนี้ก็มีโอกาสให้ได้สัมผัสกันสองรุ่นท็อปกันแล้ว

สเปค Samsung Galaxy S10e / Galaxy S10 / Galaxy S10+

สเปค Galaxy S10e Galaxy S10 Galaxy S10+
สัดส่วน 69.9×142.2×7.9มม.150กรัม 70.4×149.9×7.8มม.157กรัม 74.1×157.6×7.8มม.175กรัม
หน้าจอ (พิกเซล) Flat Dynamic Super AMOLED 5.8นิ้ว FullHD 522ppi อัตรา19:9 Curved Dynamic Super AMOLED 6.1นิ้ว QuadHD+ 550ppi อัตรา19:9 Curved Dynamic Super AMOLED 6.4นิ้ว QuadHD+ 522ppi อัตรา19:9
CPU Exynos 9820 8nm 64-bit Octa-core (Max.2.7GHz+2.3GHz+1.9GHz) Exynos 9820 8nm 64-bit Octa-core (Max.2.7GHz+2.3GHz+1.9GHz) Exynos 9820 8nm 64-bit Octa-core (Max. 2.7GHz+2.3GHz+1.9GHz)
GPU Mali-G76 MP12 Mali-G76 MP12 Mali-G76 MP12
RAM LPDDR4X 6/8GB LPDDR4X 8GB LPDDR4X 8/12GB
ROM 128/256GB 128GB/512GB 128/512GB/1TB
microSD Card ↑512GB ↑512GB ↑512GB
กล้องหลัง 12MP f/1.5-2.4 (Wide-angle 77°/2PD/AF/OIS) +16MP f/2.2 (Ultra Wide 123°/FF) 12MP f/2.4 (Telephoto 45°/OIS/ AF)+12MP f/1.5-2.4 (Wide-angle 77°/ 2PD / AF / OIS)+16MP f/2.2 (Ultra Wide 123°/FF) 12MP f/2.4 (Telephoto 45°/OIS/ AF)+12MP f/1.5-2.4 (Wide-angle 77°/2PD/AF/ OIS)+16MP f/2.2 (Ultra Wide 123°/FF)
Zoom 0.5x Optical zoom up to 8x digital Zoom 0.5x Optical zoom up to 8x digital Zoom 0.5x Optical zoom up to 8x digital Zoom
กล้องหน้า 10MP f/1.9 (80°/2PD/AF) 10MP f/1.9 (80°/2PD/AF) 10MP f/1.9 (80 °/2PD/AF)+RGB Depth 8MP f/2.2 (90°/FF/Live focus/Selfie UHD)
เทคโนโลยีระบุตำแหน่ง A-GPS/GLONASS/BDS/GALILEO A-GPS/GLONASS/BDS/GALILEO A-GPS/GLONASS/BDS/GALILEO
สนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0/Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax/ dual-band/ Wi-Fi Direct/hotspot Bluetooth 5.0/Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax/ dual-band/ Wi-Fi Direct/hotspot Bluetooth 5.0/Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax/ dual-band/ Wi-Fi Direct/hotspot
ระบบเครือข่าย Enhanced 4×4 MIMO/Up to 7CA/AA/LTE Cat 20- Download 2.0Gbps Upload 159Mbps Enhanced 4×4 MIMO/Up to 7CA/AA/LTE Cat 20- Download 2.0Gbps Upload 159Mbps Enhanced 4×4 MIMO/Up to 7CA/AA/LTE Cat 20- Download 2.0Gbps Upload 159Mbps
ระบบรักษาความปลอดภัย สแกนลายนิ้วมือข้างเครื่อง+ระบบสแกนใบหน้า สแกนลายนิ้วมือบนจอแบบ Ultra-Sonic+ระบบสแกนใบหน้า สแกนลายนิ้วมือบนจอแบบ Ultra-Sonic+ระบบสแกนใบหน้า
Android Android 9.0 Pie (OneUI) Android 9.0 Pie (OneUI) Android 9.0 Pie(OneUI)
แบตเตอรี่ 3100mAh 3400mAh 4100mAh
เทคโนโลยีการชาร์จ Fast Charging ผ่านพอร์ตUSB-C 15W/รองรับชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 15W/ Wireless Power Share 9W Fast Charging ผ่านพอร์ตUSB-C 15W/รองรับชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 15W/ Wireless Power Share 9W Fast Charging ผ่านพอร์ตUSB-C 15W/รองรับชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 15W/ Wireless Power Share 9W
สีที่วางขาย Prism White/Prism Green Prism White/Prism Green/Prism Black Prism White/Prism Green/Prism Black/Ceramic Black/Ceramic White

  • ดีไซน์ที่เปลี่ยนไป

Samsung Galaxy S10 วางแนวทางการดีไซน์ให้ฉีกจากกรอบเดิมทั้งของตัวเองและของคู่แข่ง โดยมากับดีไซน์หน้าจอแบบใหม่ที่เรียกกันว่า Infinity-O หรือการซ่อนเซ็นเซอร์ต่างๆไว้ใต้หน้าจอและทำช่องสำหรับกล้องหน้าอยู่ที่มุมขวาบน ซึ่งตัว Galaxy S10 กับ S10e จะเป็นกล้องหน้าเดี่ยว ขณะที่ Galaxy S10+ เป็นกล้องหน้าคู่ สำหรับพรีวิวรอบนี้จะเริ่มกันที่สองตัวท็อปอย่าง Galaxy S10 และ Galaxy S10+ ที่จะขายในไทยกันก่อน

หน้าจอของตระกูล Galaxy S10 เป็น Cinematic Display Dynamic AMOLED มีการแสดงผลในระดับมาตรฐาน HDR10+ ที่มีการเข้ารหัสแบบ “Dynamic Metadata” ที่การประมวลผลจะอ้างอิงแบบฉากต่อฉาก หรือละเอียดถึง “เฟรมต่อเฟรม” ทำให้เห็นความเปรียบต่างของแสงและสีได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ค่า JNCD อยู่ที่ 0.4 ซึ่งใกล้เคียงกับที่ตาของมนุษย์เห็นมากที่สุด

เรื่องชนิดหน้าจอในรุ่น Galaxy S10 และ Galaxy S10+ เป็นจอขอบโค้งชนิด sAMOLED โดยมีขนาด 6.1นิ้ว 550ppi กับ 6.4นิ้ว 522ppi ตามลำดับ ความละเอียด QuadHD+ อัตราส่วน 19:9 ค่า Contrast ratio จะเพิ่มเป็น 1:2,000,000 พร้อมด้วยฟีเจอร์ Always on Display

สำหรับ Navigation bar ใช้แบบสัมผัสบนจอ (On-Screen) ทั้ง 3 รุ่น และสามารถเปลี่ยนเป็นระบบสั่งการ Full Screen Gestures ได้

ในส่วนของวัสดุตัว Galaxy S10 และ S10+ อัพเกรดบอดี้เป็นกระจก Gorilla Glass 6 ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังยังเป็น Gorilla Glass 6 โดยมีส่วนขอบเป็นอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 สัดส่วนตัวเครื่อง 70.4×149.9×7.8มม.หนัก 157กรัม กับ 74.1×157.6×7.8มม.หนัก 175กรัม สเปคสีที่ขายในไทยมี Prism White,Prism Green และ Prism Black

นอกจากนี้ Galaxy S10+ จะมีอีกโมเดลที่เป็นตัวพรีเมี่ยมที่วัสดุฝาหลังเป็นเซรามิกมีสี Ceramic Black กับ Ceramic White และแน่นอนว่าทั้ง 3 รุ่นรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 เหมือนเดิม

ด้านหลังเครื่อง Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นมีการจัดวางกล้องหลังแบบแนวนอนโดยที่ Galaxy S10 กับ S10+ จะเป็นกล้อง 3 ตัว (Tripel-Camera) ขณะที่ S10e เป็นกล้องคู่ (Dual-Camera) และปรับเปลี่ยนตำแหน่งเซ็นเซอร์แสกนลายนิ้วมือกันใหม่

ในรุ่น Galaxy S10 กับ S10+ จะใช้ระบบสแกนลายนิ้วบนหน้าจอด้วยเทคโนโลยี Ultrasonic ที่ถูกเคลมว่ามีความปลอดภัยและใช้ได้หลากหลายสภาวะมากกว่าแบบ Optical เนื่องจากมีการใช้คลื่นเสียงจำลองภาพลายนิ้วมือแบบ 3 มิติที่ยากต่อการปลอมแปลงที่ได้การรับรองจาก FIDO Alliance แต่ก็ต้องเลือกใช้ฟิลม์กันรอยหน้าจอที่มีความบาง หรือเป็นฟิลม์ของ Samsung เอง 

ตระกูล Galaxy S10 ยังคงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ให้ใช้งานโดยอยู่ด้านล่างของเครื่องตำแหน่งเดียวกันกับลำโพง, ไมโครโฟน และพอร์ต USB-C ส่วนปุ่ม Bixby ยังคงอยู่ที่ขอบด้านซ้ายใต้ปุ่มปรับระดับเสียง

สำหรับถาดใส่ซิมอยู่ที่ขอบด้านบนเหมือนไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ซึ่ง Galaxy S10 ใช้ถาดแบบ Hybrid slot เลือกได้ว่าจะใส่ nanoSIM ทั้งคู่ หรือให้อีกช่องเป็นถาด microSD ที่รองรับได้สูงถึง 512GB

  • ประสิทธิภาพอัดแน่นและครั้งแรกกับหน่วยความจำ 1TB

ใน Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่นที่เข้าไทยใช้ชิปเซต Exynos 9820 สถาปัตยกรรมการผลิตระดับ 8nm มีตัวประมวลผล 64-bit Octa-core (Max.2.7GHz+2.3GHz+1.9GHz) และมี GPU Mali-G76 MP12 ซึ่งตัว CPU เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิม 19%, GPU แรงขึ้น 37% และกินไฟน้อยลง 15% ส่วนสเปคหน่วยความจำของแต่ละรุ่นที่เข้ามาขายในไทยมีดังนี้

  • Samsung Galaxy S10e : LPDDR4X RAM 6GB+ROM 128GB
  • Samsung Galaxy S10 : LPDDR4X RAM 8GB+ROM 128GB
  • Samsung Galaxy S10+ : LPDDR4X RAM 8GB+ROM 128GB
  • Samsung Galaxy S10+ (Ceramic) : LPDDR4X RAM 8GB+ROM 512GB
  • Samsung Galaxy S10+ (Ceramic) : LPDDR4X RAM 12GB+ROM 1TB

ตัวระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชั่นใหม่ Android 9.0 Pie  ที่คลุมด้วย OneUI  ที่มีความสดใสมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Samsung Experience ตัวดีไซน์ UI เน้นความเรียบง่ายกว่าเดิม และปรับเปลี่ยนดีไซน์ไอคอนใหม่ ขณะที่ฟังค์ชั่นการใช้งานจะทำมาให้รองรับการทำงานมือเดียวได้สะดวกมากขึ้น

ด้านประสิทธิภาพการเล่นเกมใน Samsung Galaxy S10 ก็เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพจากทาง Unity เสริมประสบการณ์ด้านเสียงแบบรอบทิศทางผ่านหูฟังและระบบเสียงที่ปรับแต่งโดย AKG ด้วยเทคโนโลยี Dolby Atmos 3D Sound ซึ่งช่วยให้ได้ยินชัดแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าของคู่ต่อสู้ในเกม พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีระบายความร้อนอย่าง Vapor Chamber ที่จะใส่มาให้เฉพาะตัว Galaxy S10+

ขณะที่แบตเตอรี่ Galaxy S10 ให้มา 3400mAh และ Galaxy S10+ เป็น 4100mAh ทั้งหมดรองรับเทคโนโลยี Fast Charging ผ่านพอร์ตUSB-C 15W และรองรับการชาร์จไร้สาย Fast Wireless Charging 2.0 15W

ที่เป็นไฮไลท์คือ Galaxy S10 การเป็นซีรีส์แรกของค่ายที่มี Wireless Power Share 9W หรือการแปลงตัวเครื่องให้เป็นแท่นชาร์จไร้สายที่แตกต่างจากของคู่แข่งเพราะรุ่นนี้สามารถชาร์จไฟได้ทั้งอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ทั่วไปที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายตามมาตรฐานของ Qi

ด้านผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Bixby ก็มีการอัพเกรดเพิ่มความสามารถ Bixby Routine สามารถตั้งชุดคำสั่ง If&Then เพื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ IoT ภายในบ้านได้ หรือจะตั้งตามคำแนะนำของระบบ AI ที่สร้างชุดคำสั่งที่อิงจากพฤติกรรมประจำวันของผู้ใช้ และมีแผนจะเพิ่มประสบการณ์ด้าน AR กับผู้ใช้โดยทำงานร่วมกับผู้พัฒนาแอปฯ Third party

ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยในรุ่นนี้ยังคงมีสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้าให้ใช้งาน แต่ตัดระบบสแกนม่านตาออกไป เนื่องจากทาง Samsung มองเห็นว่าผู้บริโภคนิยมใช้งานสแกนลายนิ้วมือมากกว่า ขณะที่ตัวแอปฯ Third party ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รองรับการสแกนม่านตา

  • การออกแบบกล้องถ่ายภาพที่มากกว่าแค่ภาพนิ่ง

การพัฒนากล้องของ Samsung Galaxy S10 มาจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานกล้องบนสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่จะเน้นถ่ายภาพทั่วไปในชีวิตประจำวัน, ถ่ายภาพบุคคล และภาพวิวทิวทัศน์

ในกล้องหลังของ Galaxy S10 / S10+ ใช้กล้องหลัง 3 ตัว (Triple-Camera) เสริมทัพด้วยเลนส์ Ultra-Wide มุมมองรับภาพ 123° เท่ากับระยะการมองเห็นของมนุษย์โดยมีส่วนประกอบดังนี้

  • เลนส์ Telephoto 12 ล้านพิกเซล f/2.4 (มุมมองรับภาพ 45°/OIS/ AF/2x Zoom)
  • เลนส์ Wide-angle 12 ล้านพิกเซล f/1.5-2.4 (มุมมองรับภาพ 77°/ Dual Aperture / Dual Pixel / OIS)
  • เลนส์ Ultra Wide 16 ล้านพิกเซล f/2.2 ( มุมมองรับภาพ 123°/FF)

ตัวฟีเจอร์กล้องหลังของเรือธงรุ่นนี้ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยนำความสามารถของ AI มาใช้ โดยมีของใหม่เป็น Shot suggestion โหมดช่วยแนะนำการจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้การถ่ายรูปออกมาดีที่สุด ซึ่งตัว AI จะจะเรียนรู้องค์ประกอบภาพจากรูปถ่ายกว่า 100,000,000 ในฐานข้อมูล

ขณะที่ Optimized Scenes หรือการใช้ระบบ AI ในการปรับแต่งกล้องให้เหมาะกับซีนที่ถ่ายในรุ่นนี้ก็เพิ่มจาก 20 ซีนเป็น 30 ซีน ซึ่งสัมผัสได้ว่ามีการประมวลผลที่เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับ Galaxy Note9

ส่วนการถ่ายภาพในที่แสงน้อยตัว Galaxy S10 ก็มีฟีเจอร์ Bright Night ที่ถ่ายภาพเดียวกัน 7 ช็อตแล้วนำมารวมกันเพื่อดึงรายละเอียดของภาพ

ด้านกล้องหน้าของ Galaxy S10 ก็อัพเกรดโดยเป็นรุ่นแรกของโลกที่มีกล้องหน้า UHD ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มุมมองรับภาพ 80° มีรูรับแสง f/1.9 และเป็นรุ่นแรกที่มีระบบโฟกัส Dual Pixel ในกล้องหน้า

ขณะที่ Galaxy S10+ มากับกล้องหน้าคู่ กล้องหลัก 10 ล้านพิกเซล เหมือนกับสองรุ่นแรก เสริมทัพด้วยกล้อง RGB Depth 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 มุมมองรับภาพ 90° ซึ่งช่วยให้การถ่าย Live Focus ด้วยกล้องหน้ามีความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และทาง Samsung เองก็ได้เพิ่มเอฟเฟคของฉากหลังมาให้เลือกเล่นกันถึง 3 แบบ

ในเรื่องกล้องทาง Samsung ได้ขยายความสำคัญจากที่เคยเน้นภาพนิ่ง ไปเน้นเรื่องภาพเคลื่อนไหวมากขึ้นซึ่งเป็นไปทางเทรนด์การทำงานคอนเทนท์ในตลาดปัจจุบัน โดยที่กล้องหน้าของรุ่นนี้รองรับการถ่ายวีดีโอได้ถึงระดับ 4K ขณะที่ตัว AR Emoji ก็มีการอัพเกรดให้แสดงสีหน้าได้หลากหลายมีความเนียนเป็นธรรมชาติ และยังมี Body motion tracking เพื่อจับการแสดงท่าทางสร้างเป็น Mini-motion ในตัว Emoji ได้แล้ว

สำหรับกล้องหลังของรุ่นนี้ก็รองรับการถ่ายวีดีโอในระดับ HDR10+ ซึ่งเป็นระดับที่ใช้กันในงานโปรดักซ์ชั่น และเพิ่มฟีเจอร์กันสั่น Super steady ที่จะทำงานเฉพาะกับกล้องหลังตัวหลักเท่านั้น

ขณะที่โหมด Super-slomo ก็ทำมาให้ถ่ายวิดีโอแบบซูเปอร์สโลโมชั่นได้นานขึ้นเป็น 0.4-0.8 วินาที นับเป็น 2 เท่าของ Galaxy S9 และยังสามารถปรับแต่งแก้ไข ใส่เพลงประกอบได้

 

เรื่องการวางจำหน่ายในประเทศไทย Samsung Galaxy S10 ได้มีการเปิดรอบ Blind-booking กันมาตั้งแต่วันที่ 9-20 กุมภาพันธ์ ซึ่งใครที่ลงทะเบียนไว้ก็เตรียมเป็นเจ้าของเครื่องกันได้ในงานเปิดตัว ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซน Beacon 2 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ และจะขายในไทยวันที่ 8 มีนาคม เริ่มพรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 4 มีนาคม โดยที่ราคาเครื่องเปล่า Samsung Galaxy S10 series มีดังนี้

  • Samsung Galaxy S10e ROM 128GB / RAM 6GB : 26,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10 ROM 128GB / RAM 8GB : 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ ROM 128GB / RAM 8GB : 35,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ Ceramic ROM 512GB / RAM 8GB : 44,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ Ceramic ROM 1024GB / RAM 12GB : 55,900 บาท

พิเศษ!! ซื้อสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10 / S10+ ราคาถูกพร้อมแพ็กเกจที่ dtac online store รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 50% เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามที่กำหนด ผ่อน บัตรเครดิต พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า สิทธิพิเศษนี้ใช้ได้ทั้งลูกค้าเก่า เปิดเบอร์ใหม่ และลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมรับส่วนลดเพิ่ม ราคาพิเศษทั้ง Galaxy S10 / S10+