Samsung Galaxy Watch การกลับมาของ Smartwatch หนึ่งในรุ่นที่ดีที่สุด ณ เวลานี้

หากจะพูดถึง Smartwatch ในตลาดตอนนี้ ต้องยอมรับว่าเหลือผู้เล่นไม่กี่รายจริงๆ ที่จะสามารถอยู่ในตลาดมาได้ถึงปัจจุบัน แต่หากเอ่ยถึงแบรนด์ Samsung เอง ก็ทำ Smartwatch ออกมาหลากหลายรุ่น แต่ก็ประสบปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ในระยะสั้นมากๆ เป็นปัญหาใหญ่ ของหลายๆ แบรนด์

แต่กระนั้นเอง Samsung ก็ได้ออก Smartwatch ที่ได้แก้ไขข้อบกพร่องหลากหลายจุด จึงเกือบจะเรียกได้ว่า สามารถเป็น Smartwatch ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันได้อย่างสนิทใจจริงๆ ในนาม “Galaxy Watch” ซึ่งทีมงาน mxphone ก็ได้ทดลองใช้งานในขนาด 46mm ร่วมๆ เดือน เพื่อจะได้ทดลองว่า หลายๆ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่อัดแน่นลงใน Galaxy Watch รวมถึงระยะเวลาใช้งานได้นานขนาดไหนกัน เรามาพบในหัวข้อถัดไปได้เลย

Smartwatch ที่ลงตัวทั้งเรื่องการออกแบบ และการใช้งาน

Galaxy Watch ในมือทีมงานนั้น เป็นรุ่น 46mm สี Silver ในแว๊บแรกที่ผมเห็น Galaxy Watch นั้น เป็นนาฬิกาที่ออกแบบที่มีความสมจริงคล้ายกับนาฬิการะดับ Hi-end มาก ที่เป็นเรือนหน้าปัดกลม แฝงด้วยขอบที่หมุนได้ (bezel) ตัวเรือนอลูมิเนียมมันเงาขัด ทำให้ดูดีมีราคามาก สายนาฬิกาเป็นยาง ใส่กระชับ น้ำหนัก 63 กรัม ถือว่ากำลังดี หากเป็นผู้ชายสวมใส่ แต่หากเป็นผู้หญิงอาจจะรู้สึกหนักๆ ไปนิด แต่โดยรวมแล้วก็ไม่รู้สึกว่าหนัก ระหว่างสวมใส่ในชีวิตประจำวันไม่น่ารำคาญ (ในรุ่น 42mm มีน้ำหนัก 49 กรัม)

จอแสดงผล Super AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว (ขนาด 1.2 นิ้วในรุ่น 42mm) ความละเอียด 320x320px แสดงผล 16 ล้านสี ก็เพียงต่อต่อความคมชัด และชัดเจนในการมองการแสดงผล หรือภาพแสดงผลยังไม่สว่างพอในที่แจ้ง ก็สามารถปรับความสว่างเพิ่มขึ้นได้

การควบคุม การสั่งการขอ Galaxy Watch หลักๆ มี 5 อย่างได้แก่ การสัมผัสจากจอแสดงโดยตรง, การหมุนขอบนาฬิกาไปทางซ้าย เพื่อดู Notification การหมุนของนาฬิกาไปทางขวา เพื่อดูสถานะต่างๆ ที่ Galaxy Watch สามารถตรวจสอบได้, ปุ่มขวามือบน เป็นปุ่มถอยหลัง และปุ่มขวาล่าง เป็นปุ่ม Home

ความทนต่อการขีดข่วนของจอแสดงผลนั้น ทาง Samsung เลือกใช้ Corning Gorilla Glass DX+ แต่ไม่ต้องกังวลต่อการใช้งานมากนัก เพราะตำแหน่งของจอแสดงผลมี bezel ล้อมรอบและต่ำกว่า มุมการกระทบต่อจอแสดงผลจะน้อยกว่าใน Smartwatch รุ่นอื่นๆ แต่ถึงอย่างไรนั้น หากซื้อแล้วตัดขอบพลาสติกออก ก็จะช่วยลดรอยขีดข่วนในระหว่างการใช้งานลงไปได้ (ทีมงานไม่ได้ลอกพลาสติกออกจากจอแสดงผล แต่ตัดขอบออก ซึ่งก็ใช้งานได้ปกติ ไม่รู้สึกรำคาญตาแต่อย่างใด)

Galaxy Watch มีสองขนาดให้เลือก ได้แก่ 46mm ซึ่งเหมาะสมกับสุภาพบุรุษ มีสี Silver วางจำหน่ายเพียงสีเดียว และ 42mm สำหรับสุภาพสตรี มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Midnight Black และ Rose Gold มีสายข้อมือหลากหลายสีให้เลือกซื้อเพิ่มภายหลัง

Tizen OS กับการใช้งานด้านการออกกำลังกาย

Galaxy Watch ใช้ระบบปฎิบัติการ Tizen ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่ Samsung พัฒนาขึ้นมาเอง ข้อดีข้อมันคือสามารถควบคุมการทำงานต่างๆ ให้สอดคล้อง สอดรับการผู้ใช้งาน Samsung Galaxy หรือ Smartphone Android ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งหากเป็นระบบปฎิบัติการอื่นๆ ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเรื่องของการควบคุม การสั่งการ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งานในหลายๆ ด้าน อาจจะไม่ดีนัก

สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ การบริหารจัดการพลังงาน Tizen OS ทำได้ดีมาก สามารถใช้งานในรูปแบบปกติต่อเนื่องได้นานสูงสุด 4 วัน ในรุ่น 46mm และ 3 วันกว่าๆ ในรุ่น 42mm ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ความจุต่างกัน

ส่วนโหมดต่างๆ ด้านการออกกำลังกาย ซึ่งเป็น 1 ในปัจจัยหลักที่หลายๆ คนซื้อ Smartwatch เพราะต้องการแทรคการออกกำลังกาย ซึ่ง Galaxy Watch จัดหนักมาก กับโหมดการออกกำลังกายที่มีมากถึง 39 แบบ ได้แก่

  • Running
  • Walking
  • Cycling
  • Hiking
  • Swimming
  • Elliptical trainer
  • Exercise Bike
  • Step machine
  • Treadmill
  • Lunges
  • Crunches
  • Squats
  • Jumping jacks
  • Burpee test
  • Pilates
  • Yoga
  • Rowing machine
  • Other workout
  • Circuit training
  • Stretching
  • Weight machine
  • Bench press
  • Lat pulldowns
  • Deadlifts
  • Back extensions
  • Shoulder presses
  • Front raises
  • Lateral raises
  • Sit-ups
  • Arm curls
  • Arm extensions
  • Plank
  • Mountain climbers
  • Push-ups
  • Leg press
  • Leg extensions
  • Legs curls
  • Pull-ups
  • Leg raises

ซึ่งรูปแบบการฝึกหัดการออกกำลังกาย จะมีการแนะนำ และเป้าหมายทั้งเรื่องของ Calories ระยะเวลาในการออกกำลังกาย ซึ่งต้องยอมรับว่า การที่มีโหมดการฝึกการออกกำลังการมากถึง 39 แบบ ทำให้เป็นจุดเด่นของ Galaxy Watch ที่น่าสนใจไม่น้อย ความแม่นยำเมื่อเทียบกับ Smartwatch ก็อาจจะมีแตกต่างบ้างเล็กน้อย

การใช้งานทั่วๆ ไป ตัว Galaxy Watch ก็มีโหมดในการแสดงภาพรวมในแต่ละวันว่า ใน 1 วัน เดินไปแล้วกี่ก้าว เดินไปแล้วเผาผลาญ Calories ได้เท่าไหร่ เดินขึ้นบันไดกี่ชั้น และอัตราการเต้นหัวใจขณะนั้นเท่าไหร่

ซึ่งในแต่ละการแสดงผล เมื่อเลือกกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม ก็จะมีกราฟแสดงการเปรียบเทียบวันต่อวันว่า แตกต่างกันเท่าไหร่ เป็นผลเปรียบเทียบให้เรารู้ว่าเดิน เราเผาผลาญ Calories เราขึ้นบันไดกี่ก้าว ในแต่ละวันเป็นอย่างไร

หรือหากเรานิ่งเฉยเป็นระยะเวลาหนึ่ง Galaxy Watch ก็จะแจ้งตื่นเรา ให้ขยับร่างกาย โดยแสดงท่าการยืดแขนหรือขาอีกด้วย

การแทรคการนอนหลับนั้น ถือว่าทำงานได้ดีเลยทีเดียว โดยตัวเครื่องจะมีการจับการนอน 3 แบบ คือ การนอนหลับแบบปกติ การนอนหลับแบบขยับตัวเล็กน้อย และการนอนหลับแบบกระสับกระส่าย หากผู้ใช้งานตื่นขึ้นมา จะมีการยืนยันข้อมูลในการนอนว่าตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ หากยืนยันแล้ว ระบบก็สรุปภาพรวมของการนอนในคืนนั้นๆ ผู้ที่สวมใส่ Galaxy Watch ว่าเป็นอย่างไร

สิ่งที่ผมชอบอย่างหนึ่งเลย คือระบบจะ detect การใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างละเอียดว่าในแต่ละวันเราทำอะไรไปบ้าง เช่น ตื่นขึ้นมา มีการเดิน การขี่มอเตอไซค์ การเดินขึ้นลง สามารถดูว่าในแต่ละวันทำอะไรบ้างผ่าน เป็นระยะเวลากี่นาทีผ่าน Samsung health และรายงานถึง Calories ที่เผาผลาญไปอีกด้วย

ฟีเจอร์ทั่วๆ ไป และการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย

เมื่อเชื่อมต่อ Galaxy Watch กับ Samsung Galaxy ในครั้งแรก ก็จะเชื่อมต่อกับ Samsung Account และหากไม่มีการปิด Bluetooth กับ Smartphone ก็จะมี Notification ต่างๆ แจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์ โดยแสดงข้อความผ่านจอแสดงผล Galaxy Watch และสั่นเตือนด้วย

รวมถึงหากมีสายโทรศัพท์เข้า ก็สามารถรับสายจาก Galaxy Watch ได้เลย เพราะข้างๆ ตัวเรือน Galaxy Watch มีช่องลำโพง และไมค์ ทำให้สือสารกับปลายทางได้ เสียงค่อนข้างดัง และปลายทางได้ยินเสียงเราชัด หากไม่ได้อยู่ในสถานที่รอบข้างเสียงดังมาก ก็สื่อสารได้ตามปกติ

แต่ข้อจำกัดก็มีบ้าง ยกตัวอย่าง เช่น การแจ้งเตือน facebook / LINE แต่ไม่สามารถแสดงข้อความจาก Galaxy Watch ได้ ต้องกดเข้าไปอ่านจาก Smartphone เท่านั้น แต่ Email และ SMS สามารถอ่านข้อความจาก Galaxy Watch ได้เลย และตอบกลับได้ จากการพิมพ์ข้อความจากคีย์บอร์ดบนจอนาฬิกา หรือพิมพ์กลับโดยการเขียนเป็นตัวอักษร (Text by Hand) หรือใช้ ข้อความสำเร็จรูปที่ตัวเครื่องมีรูปแบบมาให้อยู่แล้วได้

สำหรับเรื่องการชาร์จไฟ สามารถชาร์จไฟจากแท่นชาร์จไฟไร้สาย ที่มาพร้อมกับกล่อง แต่หากใครมี Wireless Duo Charger ก็ใช้งานร่วมกันได้ ชาร์จไฟประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ก็เต็ม 100%

Galaxy Watch พัฒนาขึ้นดีมาก และน่าใช้มากกว่าเดิม

บทสรุปของเรากับ Galaxy Watch ที่กล้าพูดได้เลย นั้นก็คือ Samsung ทำการบ้านมาดีมาก นำบทเรียนต่างๆ ในรุ่นก่อนหน้านี้ ปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น ถึง 4 วัน การออกแบบตัวเรือนหน้าฬิกา ถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งตัวกรอบ Galaxy Watch ที่เป็นอลูมิเนียม ขอบที่หมุนได้ และยังทำหน้าที่ในหมุนดูเมนู รวมถึง Notification อีกด้วย

ตัวเรือนยังรองรับการกันน้ำในระดับความลึก 50 เมตรภายใต้มาตรฐาน ISO 22810:2010 และผ่านมาตราฐานของกองทัพสหรัฐอเมริกา MIL-STD-810G รวมถึงตำแหน่งของจอแสดงผลที่ต่ำกว่าขอบ Bezel จึงลดโอกาสการกระแทกจากวัสดุต่างๆ รอบตัว แถมจอแสดงผลยังใช้ Corning Gorilla Glass DX+ กันรอยขีดข่วนได้ในระดับหนึ่ง

Ecosystem ตอนนี้ Samsung เองก็ทำได้ดีขึ้นเยอะมาก เริ่มจะมีแอพพลิเคชั่นให้โหลดใช้งานเพิ่มขึ้น แต่ที่แน่ๆ ผู้ใช้งานสามารถโหลดรูปแบบเรือนหน้าปัดนาฬิกา แบบทั้งฟรีก็มีเยอะ หรือหากต้องซื้อก็มีให้เลือกในราคาที่ไม่แพง ที่ Galaxy Apps ได้เลย

สำหรับการใช้งานด้านการออกกำลังการ ถือว่าตอบโจทย์ผู้ใช้งานเป็นอย่างดี มีโหมดในการบันทึกมากมายถึง 39 ประเภท การบันทึกข้อมูลเรื่องสุขภาพ ทั้งอัตราการเต้นหัวใจ การเดิน การขึ้นบันได ถือว่าทำได้ดี แม่นย้ำขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นทีผ่านมา

แต่ความสามารถร่วมใช้งานกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ก็ยังมีปัญหาเรื่องไม่สามารถแสดงข้อความได้บางแอพบน Galaxy Watch ซึ่งก็ต้องรอทาง Samsung พัฒนาและปรับปรุงต่อไป

และมีเรื่องที่อาจจะหงุดหงิดเล็กน้อยสำหรับผม คือเรื่องการตอบสนองเมื่อเราเหวี่ยงข้อมือดู Galaxy Watch จอแสดงผลจะแสดงผลช้าเล็กน้อย ซึ่งน่าจะติดตั้งแต่ตัว Galaxy Watch เริ่ม detect การเหวี่ยงข้อมือของผู้ใช้งาน

และแน่นอน Galaxy Watch เหมาะสมที่สุดกับผู้ที่ใช้งานกับ Samsung Galaxy ทุกรุ่น ด้วยความที่เป็นแบรนด์เดียวกัน จึงทำให้ฟีเจอร์ และการทำงาน สามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดี แต่ Android ยี่ห้ออื่นๆ ก็สามารถใช้งานได้ แต่อาจจะมีบ้างฟีเจอร์ถูกลดทอน ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่หากเป็น iPhone แล้ว แทบจะเป็นเพียง Smartwatch ที่แทบไม่ได้มีปฎิสัมพันธ์อะไรกับ iPhone เลย

Samsung Galaxy Watch วางจำหน่ายแล้ว ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ ขนาด 42mm มีทั้งหมด 2 สี ได้ แก่ Midnight Black และ Rose Gold ราคา 11,900 บาท และ ขนาด 46mm มีเพียงสีเดียว ได้แก่ Silver ราคา 12,900 บาท เมื่อเทียบกับราคา ความสามารถ สเปค การออกแบบ ถือว่าคุ้มค่าอีกรุ่น ที่สายออกกำลังการ หรือดูลสุขภาพไม่ควรพลาดครับ