[Review] Xiaomi Mi 8 เรือธงตัวท็อป แชะสุดฟินด้วยกล้องคู่ AI

เปิดให้สัมผัสจับจองเป็นเจ้าของกันแล้วสำหรับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Xiaomi Mi8 ที่ตอนนี้ก็ได้มีการเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยสเปคที่เรียกว่าจัดเต็มกับราคาเริ่มต้นแค่เพียง 15,990 บาท โดยสิ่งที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้ก็แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของกล้องคู่อัจฉริยะ Dual AI Camera ที่การันตีผลการทดสอบจาก DxOMark ผู้ให้คะแนนเรื่องคุณภาพกล้องและเลนส์ที่โด่งดังและนิยมอย่างมากจากสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังหลากหลายรุ่น

สเปคของ Xiaomi Mi 8

  • จอ AMOLED แบบ Full Screen Display ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด 2248?1080 พิกเซล (Full HD+) อัตราส่วน 18.7:9
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 845 แบบ Octa-Core ติดตั้ง RAM LPDDR4X ขนาด 6GB มีความจุตัวเครื่อง 64GB และ 128GB
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 1.8um รูรับแสงกว้าง f/2.0 พร้อมโหมด AI Portrait และ AI Beautify
  • กล้องหลังแบบคู่ ความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล เม็ดพิกเซลขนาด 1.4um พร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Dual Pixel, กันสั่นไหวแบบ 4-Axis OIS , ระบบ AI Scene Detection และระบบ AI Portrait
  • ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ Infrared Face Unlock และสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
  • มี Dual-Frequency GPS ช่วยให้ระบุตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Bluetooth 5.0 รองรับ aptX HD และ Full Netcom 5.0 และพอร์ต USB Type-C 1.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3400mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0
  • รันกับ Android 8.1 (Oreo) คลุมด้วย MIUI 9.5

แพ็คเกจตัวเครื่องของ Xiaomi Mi 8 มากับกล่องขนาดปกติสีดำพร้อมเลข 8 สะท้อนแสง ด้านหลังมีสเปคแบบคราวๆระบุไว้อย่างชัดเจนขณะที่ของภายในกล่องประกอบด้วย

  • เครื่อง Xiaomi Mi 8
  • สาย USB Type-C
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ Quick Charge 3.0 18W
  • หัวแปลงพอร์ต USB Type-C เป็นช่องหูฟัง 3.5 มม.
  • เคสซิลิโคนใสสำหรับ Xiaomi Mi 8
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งาน/ใบรับประกันสินค้า

Xiaomi Mi8 มีตัวเครื่องจัดว่าบางขนาดกำลังพอดีมือสัดส่วนอยู่ที่ 154.9 x 74.8 x 7.6มม. หนัก 175 กรัม บอดี้หน้า-หลัง ใช้วัสดุเป็นกระจกตรงขอบโค้งมนจับไม่บาดมือ ขณะที่ตัวเฟรมเป็นโลหะอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 เกรดที่ใช้อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเครื่องที่ได้มาเป็นสีดำ

หน้าจอของรุ่นนี้เป็นแบบเทรนด์นิยมดีไซน์ Full Screen อัตราส่วน 18.7:9 ใช้แผงจอชนิด AMOLED ขนาด 6.21 นิ้ว คลุมด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 ด้านความละเอียดให้มา 2248×1080 พิกเซล มีค่าความสว่างอยู่ที่ 600nit รองรับช่วงสี DCI-P3 ให้ค่าความคมชัดสูงด้วย Contrast Ratio 60000:1 และมีโหมด Always on Display พร้อมทั้งรองรับ Multi Touch ได้ 10 จุด โดยมี่ตัวหน้าจอกินสัดส่วนเครื่อง 86.68%

เหนือหน้าจอก็เป็นส่วนรอยบาก (Notch) เป็นพื้นที่สำหรับ เซ็นเซอร์ Proximity, ลำโพงสนทนา และ กล้องหน้า ซึ่งตัวรอยบากนี้สามารถเข้าหน้าตั้งค่าเพื่อถมดำตรงแถบสถานะเพื่อซ่อนได้ครับ

ด้านล่างของจอปล่อยว่างมีส่วนที่เป็น Navigation bar (Home, Back,Recent Button) เป็นแบบสัมผัสบนจอ ซึ่งถ้าใครอยากได้พื้นที่หน้าจอแบบเต็มๆก็สามารถตั้งค่าเปลี่ยนไปใช้ระบบสั่งงานแบบ Full Screen Gestures ได้ ซึ่งมีระบบสอนใช้งานไว้เสร็จสรรพ

ตัวกล้องหลังของรุ่นนี้เป็นแบบเลนส์คู่วางแนวตั้งติดมุมซ้ายบนของเครื่องโดยที่มีแฟลช Dualtone LED ขั้นระหว่างกลางกล้อง ถัดมาตรงกลางเครื่องจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เลื่อนลงมาหน่อยก็เป็นโลโก้แบรนด์ Xiaomi

ตรงขอบเครื่องด้านขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียงกับ ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ส่วนขอบเครื่องด้านซ้ายเป็นช่องใส่ซิมซึ่ง Xiaomi Mi 8 รองรับการทำงานสองซิม แต่ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

ขอบเครื่องด้านบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวน ส่วนขอบด้านล่างเป็นพอร์ต USB Type-C กับไมโครโฟนและลำโพง ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ซึ่งทาง Xiaomi ก็แถมตัวแปลงพอร์ต USB-C เป็นช่องเสียบ 3.5 มม. มาให้ด้วย

มาที่สเปคภายในกันบ้าง Xiaomi Mi 8 ใช้ชิปเซ็ตตัวท็อป Qualcomm Snapdragon 845 หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core (4×2.8GHz Kryo 385 Gold & 4×1.8GHz Kryo 385 Silver) ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าชิปรุ่นก่อน 25% ขณะที่ GPU เป็น Adreno 630 ประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าตัวเก่า 30% โดยที่รุ่นนี้ติดตั้ง RAM LPDDR4X ขนาด 6GB มีความจุตัวเครื่องเข้ามาขายสองสเปคประกอบด้วย 64GB และ 128GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริม

สำหรับการเชื่อมต่อใน SD845 ก็มีโมเด็มSnapdragon X20 LTE รองรับ Gigabit LTE Cat 18 ทำความเร็วได้สูงสุด 1.2Gbps และรองรับการทำงานสองซิมแบบ Dual 4G สนับสนุน VoLTE โดยที่ใช้งานการเชื่อมต่อสัญญาณในไทยได้ครบ

ด้านระบบรักษาความปลอดภัยใน Mi 8 ก็มีทั้งการสแกนลายนิ้วมือ และการสแกนใบหน้ามีเซ็นเซอร์อินฟราเรดสามารถสแกนในที่มืดได้ แต่สำหรับของไทยยังใช้ได้แค่สแกนลายนิ้วมือครับ ส่วนการสแกนใบหน้าต้องรออัพเดตกันอีกที

ตัวแบตเตอรี่ใส่มาให้ 3400mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 4.0 แต่ตัวอะแดปเตอร์ที่ใส่มาในกล่องเป็น Quick Charge 3.0 ซึ่งถ้าไม่ซีเรียสความสามารถในการชาร์จระดับนี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

สำหรับระบบปฏิบัติ Xiaomi Mi 8 ใช้ Android 8.1 (Oreo) คลุมด้วย MIUI 9.5

ด้านเซ็นเซอร์จากที่เช็คด้วยแอปฯ Sensor Box ก็จัดว่าครบเครื่องไม่ว่าจะเป็น

  • Accelerometer Sensor : เซ็นเซอร์จับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน การเอียงเครื่อง
  • Light Sensor : เซ็นเซอร์วัดสภาพแสง เพื่อปรับการแสดงผลหน้าจอ
  • Orientation Sensor : เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับเครื่องสมาร์ทโฟน
  • Gyroscope Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง
  • Magnetic Sensor : เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เข็มทิศดิจิตอล)

ในเรื่องของระบบนำทางใน Mi 8 เป็นรุ่นแรกที่มีเทคโนโลยี Dual-Frequency GPS ใช้ความสัญญาณแบบ L1 ซึ่งมีความแม่นยำในระดับ 300 เมตร คู่กับสัญญาณแบบ L2 ที่ใช้ในวงการอากาศยาน ที่แม่นยำระดับ 30 เมตร ทำให้พิกัดมีความคลาดเคลื่อนน้อยมาก

คะแนนทดสอบประสิทธิภาพของ Xiaomi Mi 8 จากแพลตฟอร์มต่างๆได้ผลดังนี้

  • PCMark for Android (Work 2.0) = 8152 คะแนน

  • Geekbench 4 = Single-core : 2441 คะแนน/ Multi-core : 9087 คะแนน

  • AuTuTu Benchmark v7.1.0 = 266280 คะแนน

เรื่องการเล่นเกมจากการใช้ Xiaomi Mi 8 ทดลองเล่น ROV ก็สามารถกดเปิดโหมด Hight Frame Rate ได้ครับ จากการทดสอบเล่นในโหมดฝึกซ้อมค่าเฟรมเรทก็จะอยู่วิ่งที่ประมาณ 60fps

ขณะที่เกม PUBG สามารถตั้งค่ากราฟฟิกระดับสูงได้ทังการเซ็ตแบบ HDR ระดับเฟรมเรทอยู่ที่ Ultra ซึ่งเล่นได้ลื่นไหลไม่มีปัญหา

มาที่เรื่องของการถ่ายภาพ Xiaomi Mi8 เปิดตัวมาด้วยคะแนนรีวิวจากทาง DxOMark ที่จัดว่าไม่ธรรมดา โดยมีคะแนนภาพนิ่งอยู่ที่ 105 คะแนน มีคะแนนบันทึกวีดีโอ 88 คะแนน และมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 99 คะแนน ติดอยู่ใน 10 อันดับสมาร์ทโฟนที่มีกล้องที่ดีที่สุดของ DxOMark อยู่ในขณะนี้

เริ่มต้นกันด้วยสเปคกล้องหลังของ Mi 8 เป็นเลนส์คู่ ประกอบด้วยกล้องหลักที่เป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX363 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีพิกเซลไซส์ 1.4um รูรับแสง f/1.8 ขณะที่กล้องเสริมเลนส์เทเลเซ็นเซอร์ Samsung S5K3M3 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พิกเซลไซส์ 1.0um รูรับแสง f/2.4 มีการซูมภาพ 2X Optical Zoom

กล้องคู่ของ Mi 8 มีระบบออโต้โฟกัสแบบ Dual Pixel เป็นเทคโนโลยีแยกจุดพิกเซลในเซ็นเซอร์รับภาพเป็น 2 โฟโต้ไดโอด ทำให้โฟกัสได้เร็วและแม่นยำ เมื่อรวมกับค่ารูรับแสงที่กว้างสูงสุด f/1.8 ก็ยิ่งทำให้ตัวภาพมีความสว่างมากขึ้น นอกจากนี้ที่กล้องหลักยังติดตั้งระบบกันสั่น 4 แกน (4-axis OIS)ช่วยเลนส์นิ่งลดความเบลอของภาพ ซึ่งจะเห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเจอกับสภาวะแสงน้อย

กล้องคู่ของรุ่นนี้มีฟีเจอร์ “AI Scene Detection” สามารถจำแนกซีนต่างๆได้มากถึง 206 ซีน จาก 25 หมวด ซึ่งระบบสมองกลตัวนี้จะเข้าไปปรับแต่งค่าต่างๆของกล้องให้เหมาะสมกับซีนที่กำลังจะถ่ายโดยอัตโนมัติ

เรื่องการถ่ายภาพบุคคลในรุ่นนี้ก็มี AI portrait mode โดย AI จะทำการประมวลผลและแยกภาพวัตถุหรือบุคคล ออกจากภาพพื้นหลัง ให้ถูกต้องมากที่สุด

ตัวภาพที่ได้จากโหมดนี้สามารถนำเข้ากระบวนการปรับแต่งวางจุดโฟกัสใหม่, ปรับค่ารูรับแสง เพิ่ม-ลด ความเบลอ รวมถึงการปรับ Light tralls เลือกลักษณะโบเก้ที่ต้องการได้ และอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือลูกเล่นระบบจัดแสงแบบสตูดิโอ AI Studio Light ที่เลือกได้ 7 แบบ ซึ่งสามารถตัดขอบเก็บรายละเอียดต่างๆได้แนบเนียนเลยทีเดียว


ด้านการใช้งานในโหมด Manual ในรุ่น Mi 8 ปรับได้ทั้ง White Balance (2000-8000K), Focus, Speed Shutter (1/1000s-32s), ISO (100-3200) และการปรับสลับเลนส์ระหว่าง เลนส์ไวด์ กับเลนส์เทเล

เรื่องการบันทึกวีดีโอกล้องของ Xiaomi Mi 8 รองรับการบันทึกในระดับความละเอียดสูงสุด 4K@30fps รวมถึงมีโหมด Slow motion ที่ความละเอียดสูงสุด FullHD 1080p@240fps


มาที่กล้องหน้าของ Mi 8 ใช้เซ็นเซอร์ Samsung S5K3T1 ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มีเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel โดยที่มีพิกเซลไซส์ 1.8um และแน่นอนว่ามี AI Portrait selfies ถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ

ด้านความสวยความงามรุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยี 3D Beautify ตรวจจับใบหน้าเป็นโมเดลแบบ 3 มิติ และให้ระบบ AI วิเคราะห์ปรับแต่งโดยแบ่งเป็นจุดสำคัญๆอย่าง โครงหน้า, ดวงตา, จมูก. ลักยิ้ม, ริมฝีปาก และคาง ซึ่งปรับได้ 5 ระดับ หรือจะปรับเองเป็นจุดๆก็ได้ เพื่อให้ทุกการเซลฟี่ออกมาสวยเป็นธรรมชาติตามความต้องการของผู้ใช้ และที่สำคัญคือกล้องหน้าของรุ่นนี้มี HDR ทำให้เซลฟี่ได้สวยเก็บบรรยากาศด้านหลังได้ครบไม่กลัวย้อนแสง

  • ตัวอย่างภาพจากกล้องของ Xiaomi Mi 8

สำหรับการวางจำหน่าย Xiaomi Mi 8 รุ่น 6GB+128GB เคาะราคาในไทยที่ 17,990 บาท และรุ่น 6GB+64GB อยู่ที่ 15,990 บาท โดยรุ่น 64GB จะวางจำหน่ายแบบ Exclusive ผ่านทาง AIS เท่านั้น พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 9,990 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้น 899 บาท หรือเลือกซื้อในราคา 10,990 บาท เมื่อสั่งซื้อพร้อมสมัครใช้งานแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้น 699 บาท และชำระค่าบริการล่วงหน้า 1,000 บาท