[Review] Xiaomi Redmi Note 6 Pro ถ่ายรูปสุดปัง ฟังก์ชันจัดเต็ม สเปกเด่นเกินราคา

เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ Xiaomi ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนในงาน Thailand Mobile Expo 2018 ที่ผ่านมา สำหรับ Redmi Note 6 Pro โดยสานต่อความสำเร็จจาก Redmi Note 5 รุ่นก่อนหน้า ด้วยกล้อง 4 ตัวรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อม AI กับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และอัดสเปกแบบจัดเต็มในราคาเพียง 6,990 บาท

ข้อมูลสเปกของ Xiaomi Redmi Note 6 Pro

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19:9
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 636 SoC Octa-core 1.8 GHz ขนาด 14nm
  • หน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 64GB (รองรับ Micro SD Card สูงสุด 256GB)
  • กล้องหน้า 20MP (f/2.0) + 2MP, HDR, วิดีโอความละเอียด 1080p@30fps
  • กล้องหลัง 12MP (f/1.9) + 5MP (f/2.0), Dual-LED flash, HDR, Panorama, วิดีโอความละเอียด 1080p@30fps
  • ระบบปฏิบัติการ Android 8.1.0 (Oreo) ครอบด้วย MIUI 9.6
  • ขนาดตัวเครื่อง 9 x 76.4 x 8.2 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก –
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิมแบบ Hybrid Slot (SIM 1 หรือ Micro SD Card + SIM 2)
  • การเชื่อมต่อ 4G LTE, Wi-Fi 802.1.1 a/b/g/n/ac (2.4/5GHz), Bluetooth 5.0, A2DP, LE, Micro USB 2.0
  • เซ็นเซอร์ ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ (Finger Print), ระบบจดจำใบหน้า (Face Detection), ระบบหมุนภาพอัตโนมัติ (Accelerometer), ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา (Proximity), ระบบเซนเซอร์หมุนภาพ (Gyroscope)
  • สีที่วางจำหน่าย สีดำ สีน้ำเงิน และสีโรสโกลด์
  • ราคา 6,990 บาท

ตัวกล่อง Xiaomi Redmi Note 6 Pro มาพร้อมสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเช่นเคย ด้วยสีส้มสดใสพร้อมระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อแกะกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่องและอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาด้วยก็คืออะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 5V-2A, สายชาร์จแบบ Micro USB, เคสซิลิโคน เข็มจิ้มถาดซิมและคู่มือ

Xiaomi Redmi Note 6 Pro มีรูปร่างหน้าตาค่อนข้างคล้ายกันกับ Redmi Note 5 รุ่นก่อนหน้านี้ โดยเน้นความสวยงามเรียบงายตามสไตล์ แต่มีหน้าจอไซส์ใหญ่กว่าที่ขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล (Full HD+) ความสว่าง 500nits อัตราส่วน 19:9 โดยพื้นที่ในการแสดงผลที่ค่อนข้างเกือบ ๆ ชิดขอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน

สำหรับชนิดจอเป็น IPS LCD สีสันสดใสคมชัด กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass แบบขอบโค้ง 2.5D แข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี

โดยบริเวณด้านบนของหน้าจอก็จะมีกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่แบบกล้องคู่ ความละเอียด 20MP (f/2.0) + 2MP มีเซ็นเซอร์วัดแสง และลำโพงสำหรับสนทนา พร้อมด้วยรอยบาก (Notch) ที่ด้านบนของหน้าจอตามเทรนด์นิยมที่ตอนนี้ต้องมี ส่วนบริเวณด้านล่างของหน้าจอจะเป็นปุ่มเมนู ปุ่มโฮม และย้อนกลับแบบสัมผัส

ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่อง ก็ยังใช้วัสดุที่เป็นโลหะดูพรีเมี่ยมหรูหรา ซึ่งบริเวณด้านหลังนี้จะมีกล้องถ่ายรูปแบบกล้องคู่ ความละเอียด 12MP (f/1.9) + 5MP (f/2.0) พร้อมกับไฟแฟลชคู่ Dual LED มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ MI ขนาดไม่ใหญ่นักที่ค่อนไปทางข้างล่าง

ขอบรอบตัวเครื่องทั้ง 4 ด้าน เริ่มจากด้านบนจะมีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตร ไมค์ตัดเสียงรบกวน อินฟาเรด ถัดมาที่ด้านล่างจะมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ Micro USB รวมทั้งลำโพงและไมค์สำหรับการสนทนา

ส่วนด้านข้างฝั่งหนึ่งจะมีปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่องหรือล็อกหน้าจอ อีกทั้งปุ่มกดสำหรับเพิ่ม/ลดเสียง ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งจะมีช่องใส่ถาดซิมการ์ด 2 ซิมแบบ Hybrid Slot (SIM 1 หรือ Micro SD Card + SIM 2) โดยรองรับการใช้งาน 4G ทั้ง 2 ซิม

มาดูขุมพลังภายในของ Xiaomi Redmi Note 6 Pro กันบ้าง ซึ่งอัดมาด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 636 SoC Octa-core 1.8 GHz ขนาด 14nm ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่รวดเร็ว พร้อมจับคู่กับชิปแสดงผล Qualcomm Adreno 509

พร้อมทั้งหน่วยความจำ RAM 4GB / ROM 64GB และรองรับหน่วยความจำเสริม Micro SD Card สูงสุด 256GB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาแบบอึด ๆ ที่ความจุ 4000mAh รองรับ Quick Charge 3.0 (อะแดปเตอร์ในกล่องเป็น Quick Charge 1.0)

ในขณะที่ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอปฯ AuTuTu Benchmark v7.1.0 ได้คะแนนรวมไป 114,812 คะแนน ส่วน Geekbench 4 แบบ Single-Core ได้คะแนน 1,347 คะแนน / Multi-Core ได้คะแนน 4,885 คะแนน

ลองทดสอบการเล่นเกมต่าง ๆ ที่เป็นเกมสุดฮิตหลากหลายแนวก็เล่นได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถตั้งค่าความละเอียดกราฟิกสูงก็พอไหว เพราะตัวเครื่องค่อนข้างให้สเปคมาแรงพอตัวอยู่แล้ว

ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องกล้องที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ให้ดูในส่วนของหน้าตา UI และพวกเมนูต่าง ๆ กันก่อน ซึ่ง Xiaomi Redmi Note 6 Pro รันด้วย MIUI 9.6 ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1.0 (Oreo) และน่าจะได้อัพเป็น MIUI 10 เร็ว ๆ นี้ สำหรับบรรดาเมนูการตั้งค่านั้นก็เป็นรูปแบบที่ชาวแอนดรอยด์ทั่วไปคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

ตัวซิมการ์ดหากใครใส่ซิมภายในเครื่องแบบ 2 ซิม จะรองรับการใช้งาน 4G ได้ทั้ง 2 ซิม ในขณะที่ตรงรอยบากของหน้าจอ (Notch) ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบบมีรอยบากหรือเป็นขอบเรียบไปเลยแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่ให้มาก็คือการโคลนแอปฯ โดยสามารถโคลนแอปฯ ประเภทโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น LINE, Facebook, Instagram ฯลฯ เพื่อใช้งานเพิ่มได้อีก 1 บัญชี เหมาะสำหรับคนที่มีหลายบัญชี แต่ไม่อยากพกโทรศัพท์หลาย ๆ เครื่องนั่นเอง หรือจะแบ่งหน้าจอเป็น 2 ส่วน เพื่อเล่นแอปฯ พร้อม ๆ กันได้

อยากจะย้ายข้อมูลจากมือถือเครื่องเก่าก็ทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Mi Mover ทั้งรายชื่อติดต่อ ข้อความ ภาพถ่าย เพลง วิดีโอ เอกสาร และอื่น ๆ ซึ่งเร็วกว่าการกู้คืนข้อมูลจากการสำรองข้อมูลแบบคลาวด์อีกด้วย

ในตอนต้นที่ได้พูดถึงบริเวณขอบด้านบนของตัวเครื่องที่มีอินฟาเรดติดมาด้วย นั่นจึงทำให้ Xiaomi Redmi Note 6 Pro สามารถใช้งานเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่สามารถสั่งงานด้วยรีโมทได้ เช่น ทีวี แอร์ พัดลม เครื่องเล่น DVD โปรเจคเตอร์ ฯลฯ

ถึงตรงนี้ก็จะเป็นจุดเด่นหลังของ Xiaomi Redmi Note 6 Pro นั่นคือเรื่องกล้องถ่ายภาพที่เป็นรุ่นที่มีกล้อง 4 ตัวรุ่นแรกของแบรนด์ พร้อมด้วย AI โดยกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่เป็นแบบกล้องคู่ ความละเอียด 20MP (f/2.0) + 2MP (Super Pixel Technology) มี AI Face Unlock ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้าอย่างรวดเร็ว

รวมทั้ง AI Scene Recognition ที่จับฉากหลังได้ 12 หมวด พร้อมด้วย AI Portrait Mode ที่แสดงผลหน้าชัดหลังเบลอแบบ Real Time ก่อนถ่ายได้อย่างแม่นยำ และ AI Beautify 4.0 ที่ถ่ายภาพออกมาหน้าสวย สามารถปรับแต่งได้ถึง 10 อย่าง เช่น Face Slimming, Remove Pimple, Contouring, Brighter Eye, Bigger Eye หรือ Mount Lips เป็นต้น

ถัดมาที่กล้องหลังก็เป็นแบบกล้องคู่ ความละเอียด 12MP (f/1.9) + 5MP (f/2.0) มี AI Scene Recognition จับฉากหลังได้มากกว่ากล้องหน้าคือ 27 หมวด 206 แบบ และ AI Beautify 4.0 ที่เหมือนกันกับกล้องหน้า ที่พิเศษกว่าคือ AI Dynamic Bokeh ถ่ายหน้าชัดหลังละลายที่ทำให้เป็นอะไรที่ง่ายมาก สามารถปรับระดับความเบลอได้ และมีลูกเล่นแต่งไฟพื้นหลังได้อีก 6 แบบ (รออัพเดท OTA)

ส่วนโหมดการถ่ายรูปที่มีมาให้ประกอบด้วยถ่ายแบบปกติ ภาพบุคคล พานอรามา โหมดถ่ายด้วยตนเอง ซึ่งใครที่ชอบใช้โหมดถ่ายด้วยตนเองเวลาถ่ายรูป การปรับแต่งต่าง ๆ ของโหมดนี้ก็ค่อนข้างเข้าใจได้ง่ายและไม่มีอะไรซับซ้อนจนเกินไป นอกจากนี้ก็จะมีโหมดถ่ายวิดีโอ และวิดีโอสั้น

การที่กล้องมี AI เข้ามา ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เพราะตัวกล้องสามารถวิเคราะห์ได้เองว่าภาพที่จะถ่ายนั้นเป็นรูปแบบใด ส่วนเรื่องความสวยของภาพนั้นทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก รวม ๆ แล้วก็ยอมรับว่าเป็นมือถือเครื่องหนึ่งที่ถ่ายเล่นได้สนุกดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Xiaomi Redmi Note 6 Pro
ก็ต้องบอกว่าส่วนใหญ่ที่ใคร ๆ หันมาสนใจแบรนด์ Xiaomi ก็น่าจะเป็นเพราะตัวสเปกที่ค่อนข้างจัดหนักจัดเต็มสวนทางกับราคาค่าตัวที่สุดย่อมเยาชนิดที่เอื้อมถึงได้ง่าย ซึ่ง Xiaomi Redmi Note 6 Pro รุ่นนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนสเปคดีราคาต่ำกว่าหมื่น เพราะขายเพียง 6,990 บาท จึงดูคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกันนั่นเอง